We Recommend

Promotions

  • แต่งเติมความสุขให้บ้านได้ทุกวัน ด้วยสินค้าตกแต่งบ้าน

Shopping Online

Service

Home Guru
     น้ำยาทำความสะอาด ที่เรามักเห็นทั่วๆ ไป ไม่ว่าจะป็น น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาล้างพื้น น้ำยาทำความสะอาดทั่วไป น้ำยาขจัดคราบ รวมทั้งสบู่และน้ำยาล้างจาน ล้วนมีส่วนประกอบที่เหมือนกันก็คือ สารช่วยทำความสะอาด หรือที่เรียกว่าดีเทอร์เจนต์ ซึ่งทำให้น้ำยาทำความสะอาดมีหลากหลายสูตรเพื่อการเลือกใช้ ดังนี้   1. น้ำยาสูตรกรด      น้ำยาสูตรกรดนี้ โดยทั่วไปใช้กรดเกลือ หรือกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 12% เป็นสารออกฤทธิ์ อาจมีการผสมกรดฟอสฟอริก และสารเติมแต่งจำพวกลดแรงตึงผิว เพื่อให้สารออกฤทธิ์สัมผัสกับพื้นผิวห้องน้ำได้ดีขึ้น ทำให้การทำความสะอาดทั่วถึงมากขึ้น เหมาะสำหรับการล้างคราบหินปูน เพราะกรดจะทำปฏิกิริยากับหินปูน เกิดฟองฟู่ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จึงใช้ล้างห้องน้ำได้ โดยคราบที่เกิดจากน้ำ จะเป็นคราบตะกอน สารอนินทรีย์ มักเกาะติดพื้นผิวห้องน้ำ ถ้าเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำสูตรอื่นแทน จะขัดออกได้ยากหรือขัดไม่ออกเลย เปลืองแรงเปล่าๆ   2. น้ำยาสูตรเบสแก่      จุดเด่นของน้ำยากลุ่มนี้ คือ ใช้ทำความสะอาดคราบไขมันที่สกปรก โดยเบสทำปฏิกิริยากับไขมัน เหมาะสำหรับการล้างคราบน้ำมันบนขอบเตา หรือผนังห้องครัว และใช้เช็ดบริเวณที่มีคราบไขมันเฉพาะที่ เนื่องจากน้ำยากลุ่มนี้ใช้ โซดาไฟเข้มข้น เป็นสารออกฤทธิ์ และอาจจะผสมผงขัดเข้าไปด้วย จึงไม่เหมาะในการใช้ทำความสะอาดในห้องครัว เพราะสารเคมีที่ตกค้างจะไปปนเปื้อนกับภาชนะในการทำอาหาร อีกทั้งยังไม่เหมาะที่จะนำไปผสมน้ำเพื่อถูพื้นด้วย   3. น้ำยาสูตรสารอินทรีย์      น้ำยากลุ่มที่มีสารอินทรีย์พวก LAS (Linear Alkyl Benzene Sulfonate) เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั่วไปที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน อย่างการถูพื้นไม้ พื้นห้องน้ำ พื้นห้องครัว ปาร์เก้ อะลูมิเนียม และสแตนเลส  บางสูตรอาจมีการเติมกลิ่นเพื่อดึงดูดใจผู้ซื้อ หรือเติมสารฆ่าเชื้อโรคลงไป เพื่ออัพราคาให้สูงขึ้น   4. น้ำยาสูตรสารอินทรีย์พวก LAS กับด่างอ่อน      ด่างอ่อนในผลิตภัณฑ์สูตรนี้ ก็คือ แอมโมเนีย และสารประกอบของแอมโมเนีย ซึ่งเป็นสารช่วยทำความสะอาดสารอนินทรีย์บางกลุ่ม จะไม่เหลือค้างบนพื้นผิวที่ทำความสะอาด เพราะส่วนที่เหลือจะระเหยเป็นแก๊สแอมโมเนีย เหมาะกับการทำความสะอาดคราบที่ไม่หนานัก อย่างการใช้เช็ดกระจก        จะเห็นได้ว่า น้ำยาแต่ละชนิดจะเหมาะกับงานเฉพาะอย่าง ดังนั้น การเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดให้เหมาะกับพื้นผิวและจุดประสงค์ที่ใช้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดได้ดียิ่งขึ้น และไม่สิ้นเปลืองทั้งแรงและเงินโดยใช่เหตุ 
Home Guru
การเลือกโทนสีสำหรับของตกแต่ง          สำหรับโทนสีมงคล สีแดงและสีทองนั้น จัดเป็นโทนสีที่เข้าคู่กันได้อย่างลงตัว โดยสีแดงเป็นสีที่สามารถสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ในตัวเอง และมีเสน่ห์ดึงดูด ในขณะที่สีทองให้ความรู้สึกหรูหราสง่าสงาม ช่วยขับให้สีแดงโดดเด่นมากยิ่งขึ้น เราสามารถดึงเอาความมันวาวของสีทองมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการประดับตกแต่งบ้านหรือส่วนต่างๆ ของห้องได้ด้วย เช่น ลูกบิดประตู มือจับ กรอบรูป โคมไฟ และผ้าม่าน เป็นต้น นอกจากนี้ เฉดสีแดงและสีทอง ยังมีให้เลือกหลากหลาย ซึ่งแต่ละเฉดนั้นก็ให้ความหมายที่แตกต่างกันไป อย่างสีแดงสด เป็นสีที่แสดงถึงความกล้าหาญ กล้าเผชิญหน้า ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรค  โทนสีแดงอมชมพู ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกผ่อนคลาย อ่อนโยนและมีสุขภาพจิตดี และสีแดงเลือดหมูหรือแดงอมม่วง จะแสดงถึงบุคลิกภาพของเจ้าของบ้านที่ใจคอกว้างขวาง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีมิตรสหายมากมาย และบริวารพรั่งพร้อม ในขณะที่โทนสีทอง ก็มีให้เลือกอย่าง สีทองเหลือง เป็นสีที่ให้ความรู้สึกเจริญรุ่งเรือง ความเจริญก้าวหน้า ความสำเร็จ และสีทองอร่าม แสดงถึงบุคลิกของความร่ำรวย มั่งคั่ง      ไอเดียสำหรับตกแต่งห้อง   ห้องนั่งเล่น      หากเอ่ยถึงห้องนั่งเล่น เฟอร์นิเจอร์หลักๆ อย่างโซฟา หากเลือกเป็นเฉดสีแดงสด พรมที่ใช้ปูควรอยู่ในโทนสีขาว สีทองเหลือง หรือเป็นพรมที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ พวกปอหรือหวายเทียม จะดูเข้ากันและได้กลิ่นอายแห่งความเป็นจีนที่สุด ส่วนโคมไฟตั้งพื้นควรเลือกในโทนสีแดงหรือสีทองเหลือง ซึ่งเป็นคู่สีที่ให้ความรู้สึกเจริญรุ่งเรือง ความเจริญก้าวหน้า และความสำเร็จ เน้นขาที่เป็นไม้ และโป๊ะที่ผลิตจากผ้า เพื่อให้ความรู้สึกเป็นโคมไฟแบบจีน เพิ่มความสดใสด้วยการนำแจกันแก้วทรงสูงมาใส่ดอกไม้สีสด อาจหาของตกแต่งบ้านที่เป็นมงคล เพื่อเสริมหลักของฮวงจุ้ย อย่าง ต้นไม้อัญมณี ที่ช่วยเพิ่มความมั่งคั่งให้แก่เจ้าของบ้าน ทำให้เงินทองไหลมาเทมา หรือจะเป็น เรือสำเภา ที่จะนำพาโชคลาภเข้าสู่ในบ้านได้อีกด้วย   ห้องนอน     ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตจากไม้ เพื่อช่วยให้ได้กลิ่นอายของความเป็นจีนได้มากขึ้น ส่วนของตกแต่งต่างๆ อย่างพวกผ้าปู ปลอกหมอน ควรเลือกให้เข้าคู่กับโทนสีเข้มของเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลัก พวกเตียงและตู้เสื้อผ้า ส่วนโคมไฟ แนะนำให้เป็นสีเหลืองทอง เพราะเป็นสีของความเจริญรุ่งเรือง รวมถึงสีเหลืองนวลของไฟจะไม่กวนสายตา ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับสนิท   ห้องรับประทานอาหาร      แม้จะเป็นห้องที่เน้นการใช้งานเป็นหลัก แต่ก็สามารถเสริมบรรยากาศแบบจีนๆ เข้าไปได้ด้วย อย่างเช่น ชุดเก้าอี้สีแดงสด และเบาะรองนั่งสีเข้าคู่กัน อาจใช้เชิงเทียนรูปทรงคล้ายเก๋งจีน มาวางไว้บนโต๊ะอาหาร เพิ่มภาพเขียนตกแต่งผนัง ตู้ไม้ รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ตามวัฒนธรรมจีน ก็ช่วยให้ห้องนี้มีกลิ่นอายสไตล์จีนอย่างเต็มที่         นอกจากนี้ การเพิ่มสิ่งของตกแต่งที่เป็นมงคลตามหลักฮวงจุ้ยไว้ในส่วนต่างๆ ของบ้านตามความเหมาะสม ก็ช่วยเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้กับผู้อยู่อาศัยอยู่อย่างมั่งมีศรีสุข อย่างเช่น ผลฟัก ช่วยเสริมสิริมงคลและความร่ำรวยแก่เจ้าของบ้าน กระดิ่งลม ปรับสมดุลของพลังชี่ ปรับการไหลเวียนแห่งการเงินเพิ่มโชคลาภ โมบายกลอง ช่วยให้ชื่อเสียงโด่งดัง ธุรกิจการงานเจริญรุ่งเรือง โมบายปลา สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ ความสำเร็จในธุรกิจการค้า โมบายโคม คนจีนถือว่าโคมแดงนำโชค ความเจริญรุ่งเรือง ความสำเร็จมาให้  และปลาคู่ เพิ่มความสัมพันธ์ในครอบครัว ความรัก มีความสุข และความปรองดอง
Home Inspire
+ อะไรๆ ก็กล่อง      อีกหนึ่งตัวช่วยที่มักจะนึกถึงก่อนเป็นอันดับแรกๆ สำหรับการจัดเก็บ นั่นก็คือ กล่องเก็บของ ซึ่งในตอนนี้หลายๆ แบรนด์มักจะมีการผลิตกล่องออกมาหลากดีไซน์ หลายขนาด ในโทนสีสวยงาม ให้ได้เลือกใช้ตามต้องการ นอกจากกล่องจะช่วยให้เราสามารถเก็บสิ่งของที่ไม่ต้องการโชว์ได้แล้ว ยังเป็นการเพิ่มความมีสไตล์ให้กับห้องๆ นั้นอีกด้วย ขึ้นอยู่กับการเลือกสไตล์ สี และลวดลาย เช่น หากคุณชอบแนววินเทจออกหวานๆ หน่อย การเลือกใช้กล่องลวดลายดอกไม้สไตล์วินเทจมาสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้กับสิ่งของภายในบ้าน หรือจะนำเอาลังไม้เก่าๆ มาประยุกต์ใช้เก็บของ ก็ดูดีไม่เบาทีเดียว     + ช่องเก็บสุดเวิร์ค      หากใครที่เป็นนักสะสมตัวยง แล้วไม่รู้ว่าจะเอาของที่อุตส่าห์สะสมมานานนับปีนั้น ไว้ที่ตรงไหน ลองมองหาตู้ที่มีช่องเก็บของดูสิ มีทั้งช่องโชว์ของแบบเปิดโล่ง และแบบมีลิ้นชักทึบเอาไว้เก็บของที่ไม่ต้องการโชว์ ก็ดูเป็นไอเดียที่ดูเข้าท่าไม่น้อยเลยนะ นอกจากจะช่วยจัดเก็บของกระจุกกระจิกไม่ให้เกะกะ รกสายตาแล้ว ยังกลายเป็นที่ตั้งโชว์ของรักของหวงของเราได้อีกด้วย   + จัดเก็บกลางห้อง      แทนที่จะเลือกมุมๆ หลืบๆ เอาไว้เก็บของแต่เพียงอย่างเดียว ลองหันมาใช้บริเวณตรงกลางห้องมาเก็บของดูสิ ก็ดูมีสไตล์ไม่น้อยเลย เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกรูปแบบในการเก็บของ อย่างการหันมาใช้โต๊ะกลางที่มีช่องและชั้นที่ดีไซน์มาเพื่อการจัดเก็บโดยเฉพาะ หรืออาจจะเป็นหีบเก่าๆ สมัยคุณปู่ยังหนุ่ม ก็จะทำให้คุณได้ทั้งโต๊ะกลางเก๋ๆ สำหรับห้องนั่งเล่นและที่เก็บของไปในตัว   + ห้อยๆ แขวนๆ      ไอเดียการแขวนเหมาะสำหรับของใช้ที่ต้องการหยิบฉวยใช้งานอยู่บ่อยๆ หรือใช้อยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น พวกของใช้ส่วนตัวในห้องนอน ห้องอาบน้ำ หรือแม้แต่พวกอุปกรณ์เครื่องครัว หม้อ ทัพพี ผ้าเช็ดมือต่างๆ ก็สามารถนำไอเดียนี้มาประยุกต์ใช้ได้ทั้งนั้น อาจจะใช้ตะขอแขวน หรือจะนำชั้นบันไดมาช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บของ พร้อมจัดระเบียบของให้ดูดีและหยิบใช้ง่าย แค่นี้ก็เริดแล้วล่ะ อีกทั้งยังเป็นการช่วยแก้ปัญหาของพื้นที่เก็บของในตู้ไม่เพียงพอด้วย   + ซ้อนกันเป็นตั้ง      การนำเอากล่องหลากสไตล์ หลายขนาด มาวางซ้อนกันเป็นตั้งๆ แบบไม่ตั้งใจ (แต่จริงๆ ก็ตั้งใจน่ะแหล่ะ) ก็ดูเก๋น่านำไปใช้ ลองเลือกวัสดุของกล่องให้ดูเหมาะสม ซึ่งก็มีให้เลือกมากมายทั้งกล่องสังกะสี กล่องอะลูมิเนียมมันวาว กล่องไม้ กล่องกระดาษ ตะกร้าหวาย นำมาวางซ้อนกัน ไว้ใต้โต๊ะบ้าง วางตรงมุมห้องบ้าง หรือจะนำสิ่งของมาวางตั้งกันไปเลย ขึ้นอยู่กับไอเดียของแต่ละคน จะช่วยให้ห้องดูเป็นระเบียบเรียบร้อย และยังสร้างจุดเด่นให้กับห้องนั้นๆ ได้ด้วย  
Home Guru
ถ้ายังนึกเมนูน้ำผลไม้ปั่นไม่ออก เรามีเมนูตัวอย่างสำหรับคุณหนูๆ ตัวน้อย ที่เชื่อว่าถ้าพวกเขาได้ลงมือทำเอง จะต้องชอบแน่ๆ           Keep Cool (เย็นชื่นใจ แก้ร้อนในได้ด้วย)             ส่วนผสม               - แตงโมแช่เย็น 200 กรัม               - สตรอเบอร์รี่แช่เย็น 150 กรัม               - สัปปะรดแช่เย็น 150 กรัม         Very Berry (เปรี้ยวจี๊ดใจ ช่วยบำรุงสายตา)           ส่วนผสม              - บูลเบอร์รี่, ราสเบอร์รี่, สตรอเบอร์รี่                  แช่เย็น 50 กรัม              - โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย              - น้ำแอปเปิ้ล ½ ถ้วย          Happy fresh (อร่อยสุขใจ ซ่อมแซมกล้ามเนื้อ        และเส้นประสาท)            ส่วนผสม               - กีวีแช่เย็น 100 กรัม               - สตรอเบอร์รี่แช่เย็น 100 กรัม               - อัลมอนด์ 25 กรัม               - นมถั่วเหลืองแช่เย็น 200 มิลลิลิตร      เป็นอย่างไรบ้างกับเมนูน้ำผลไม้ปั่นสำหรับคุณหนูๆ ที่เรานำมาฝากต้อนรับวันเด็ก รับรองทำไม่ยากเลย เพราะใช้แค่เครื่องปั่นน้ำผลไม้ที่มีคุณภาพก็เพียงพอแล้ว และอย่าลืม! ให้เจ้าตัวน้อยของคุณ ชวนเพื่อนๆ ของเขามาจัดปาร์ตี้เล็กๆ ในวันเด็กกันที่บ้าน เพราะจะทำให้คุณหนูของคุณเป็นคนที่ร่าเริงและเป็นที่รักของเพื่อนๆ อีกด้วย  

Product

     ถ้าห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นของคุณที่ตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงาม แต่กลับทำให้คุณรู้สึกเหมือนว่ายังขาดอะไรอยู่ คุณลองหันไปมองดูซิว่ามีหมอนอิงหลากลวดลาย หลายสีสัน ใบเล็ก ใบใหญ่ วางตกแต่งอยู่บนเฟอร์นิเจอร์โซฟาหรือเก้าอี้ของคุณแล้วหรือยัง เพราะถ้ายังไม่มี นั่นคือคำตอบของความไม่สมบูรณ์ของห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นของคุณ เพราะแม้จะเป็นเพียงแค่หมอนอิง ใบเล็ก หรือใบใหญ่ เพียงไม่กี่ใบ ก็เป็นสิ่งที่เพิ่มเสน่ห์สำคัญอย่างหนึ่งให้กับห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นของคุณ ถ้าห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นของคุณตกแต่งด้วยสีเดียวกันล้วนๆ โดยที่ไม่มีอะไรมาเบรกเลย ห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นของคุณจะดูราบเรียบขนาดไหน แต่ถ้าหากมีหมอนอิง ใบเล็ก ใบใหญ่ ที่มีสีสันหรือลวดลายมาวางตัดกัน เพื่อเพิ่มความไม่ธรรมดาของห้อง เพียงแค่นี้ห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นของคุณก็จะดูดีมีเสน่ห์ชวนฝันขึ้นมาทันที รังสรรค์บรรยากาศ ให้เฟอร์นิเจอร์       HLS หมอนอิง และเบาะสตูว์ สามารถเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์โซฟาหรือเก้าอี้ธรรมดา ๆ ในห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นของคุณให้กลายเป็นห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นที่ไม่ธรรมดา เพียงคุณนำ HLS หมอนอิง และเบาะสตูว์ ไปวางไว้บนโซฟาตัวโปรด หรือวางเบาะสตูว์ก็จะดูมีเสน่ห์ มีชีวิตชีวา มีสีสันชวนฝัน และดูเพอร์เฟ็คให้กับห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นในบ้านของคุณเพิ่มขึ้น เป็นของขวัญให้ได้ในทุกโอกาส      HLS หมอนอิง และเบาะสตูว์ ยังสามารถนำมาเป็น ของขวัญ ของชำร่วย เพื่อแทนคำ “ขอบคุณ” ในโอกาสพิเศษดีๆ เช่น งานแต่งงาน งานรับปริญญา งานเปิดตัวสินค้า งานเปิดร้านหรือเปิดกิจการใหม่ ฯลฯ และนอกจากนี้ตามหลัก ฮวงจุ้ยเชื่อกันว่ามุมต่าง ๆของห้อง อาจทำให้เกิดพลังงานในเชิงลบได้ ดังนั้นถ้าคุณต้องการลบเหลี่ยมมุมที่เห็น อย่างผนังห้อง คุณสามารถนำ HLS หมอนอิง และเบาะสตูว์ ไปวางบนเฟอร์นิเจอร์โซฟาหรือเก้าอี้ในห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นสัก เพียงแค่นี้ก็จะช่วยให้ห้องของคุณมีชีวิตชีวาถูกต้องตามหลักการของฮวงจุ้ยแล้ว HLS Collection Shine สีน้ำตาล, สีส้ม, สีเทา, สีเขียว หมอนอิง ขนาด 18x18 นิ้ว เบาะรองนั่ง ขนาด 16x16 นิ้ว ปกติ 250.- พิเศษ 99 เบาะรองนั่ง ขนาด 22x22 นิ้ว ปกติ 490.- พิเศษ 299.- HLS เบาะสตูว์ รุ่น SHINE สีเขียว, สีส้ม, สีน้ำตาล, สีเทา ขนาด 18x18 นิ้ว ปกติ 590.- พิเศษ 399.-

Product

ชุดผ้าปู ขนาด 6 ฟุต 6 ชิ้น (รับฟรี หมอนหนุน 2 ใบ) สินค้าจำหน่ายเฉพาะสาขา ให้การนอนหลับพักผ่อนของคุณ สบายมากขึ้น หลับได้เต็มตื่นด้วย ถักทอจากผ้า Cotton ให้สัมผัสนุ่มสบาย ช่วยเพิ่มบรรยากาศของห้องนอนให้น่าอยู่ มีสไตล์ตามใจคุณ 1. Perico รุ่น NATURAL ปกติ 9,900.- พิเศษ 2,970.- 2. AKEMI รุ่น ACADIA ปกติ 14,990.- พิเศษ 4,497.- 3. Picasso รุ่น Classic 50% ปกติ 9,980.- พิเศษ 2,990.- 4. Synda รุ่น MICROLIGHT ปกติ 9,900.- พิเศษ 2,990.- สินค้าภายในกล่อง ผ้าปูที่นอน 1 ผืน ขนาด 6ฟุต ปลอกหมอนหนุน 2 ใบ ปลอกหมอนข้าง 2 ใบ ผ้านวม 1 ผืน
Home Guru
การนอน : เวลา 1 ใน 3 ของชีวิต      เราคิดว่าการนอนหลับพักผ่อนในแต่ละคืนมีความสำคัญกับชีวิตมากแค่ไหน คุณรู้ไหมว่า การนอนหลับพักผ่อนนั้นมีสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของชีวิตคนเรา ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะเอาใจใส่กับสุขภาพร่างกายและจิตใจตลอดช่วงเวลาสำคัญของชีวิต ในทุกวันบนที่นอนตลอดทั้งวัน เราใช้ร่างกายและสมองทำงานอย่างหนักไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง และอีก 8 ชั่วโมงสำหรับการใช้พลังงานร่างกาย สมอง และ จิตใจทำกิจกรรมอื่นๆ ช่วงเวลานอนจึงควรเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการผักผ่อนร่างกาย สมอง และจิตใจอย่างแท้จริง เพื่อฟื้นฟูและกู้คืนพลังงานทั้งหมดที่สูญเสียไปตลอด 16 ชั่วโมงก่อนหน้า หลักการเลือกที่นอนให้หลับสนิทนอนสบายเหมาะสมกับสรีระเรามากที่สุด ราคา : สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน เหมาะสมกับทุนทรัพย์ในกระเป๋า และความต้องการของเรา เมื่อเราเห็นราคาที่นอนในหลักพันต้นๆ สิ่งที่ต้องติดตามค้นหา คือ ข้างในที่นอนใส่อะไรบ้าง จริงหรือไม่ พิสูจน์ได้หรือเปล่า มีรับประกันหรือไม่ เนื่องจากราคาของที่นอนถ้าหากเป็นที่นอนสปริง ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน ขนาด King Size หรือ 6 ฟุต ซึ่งเป็นที่นอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดตามมาตรฐานที่นิยมใช้กันทั่วไป มีราคาต่ำกว่า 6,000 บาท ควรรีบตั้งข้อสงสัยทันที เพราะสุดท้ายแล้วเราไม่สามารถมองเห็นด้านในได้ว่ามีโครงสร้างเป็นอย่างไรหรือมีวัสดุอะไรบ้าง ควรพิจารณาให้รอบคอบ ตรวจสอบจากผู้รู้ และข้อมูลต่างๆ เนื่องจากต้นทุนที่นอนขนาด 6 ฟุต ราคาไม่ได้ต่ำถึงขนาดนี้ แม้กระทั่งเป็นผู้ผลิตเองทุกชิ้นส่วนก็ราคาไม่ต่ำเช่นนี้แน่นอน   วัสดุ : แยกประเภทในที่นอนหนึ่งหลัง เช่น ที่นอนสปริง มีโครงสร้างเหล็กที่เป็นลวด มีวัสดุเสริมบนโครงสปริงไว้ดูดซับน้ำหนักตัวจากด้านบนลงสู่สปริง และ มีผ้าหุ้มด้านนอกเป็นวัสดุห่อหุ้มชั้นสุดท้าย โครงสปริง : มีหลายขนาดตามราคาต้นทุน เช่น มาตรฐานทั่วๆไปตามท้องตลาดปัจจุบัน สปริงขนาด2.4 มิลลิเมตร ถือเป็นขนาดที่หนาที่สุดในปัจจุบัน รองลงมามีขนาด 2.3 มิลลิเมตร -> 2.2 มิลลิเมตร ->2.1 มิลลิเมตร ->2.0 มิลลิเมตร -> เรียงลำดับจนถึงขนาดเล็กสุด 1.7 มิลลิเมตร   ชั้นวัสดุ : ที่วางบนโครงสปริงก็มีหลากหลายชนิดตามราคาต้นทุน เช่น ยางพารา ซึ่งเป็นวัสดุราคาแพง แต่คุณสมบัติดีเยี่ยม เนื่องจากเป็นยางสกัดจากธรรมชาติ ไร้สารเคมี ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สามารถดูดซับน้ำหนักได้ดี แข็งแรงทนทาน เม็มโมรี่โฟม ซึ่งเป็นวัสดุเคมีวิทยาศาสตร์ มีคุณสมบัติดีเยี่ยมเช่นกัน สามารถดูดซับน้ำหนักได้มาก เนื้อโฟมจะยุบตามสรีระทุกจุดของร่างกายที่กระทบลงไป ฟองน้ำอัด ซึ่งเกิดจากการนำฟองน้ำเก่ารีไซเคิลผ่านการอัดเป็นแท่งแน่นหนาในแม่พิมพ์ จึงมีคุณสมบัติในการรองรับน้ำหนักได้มากกว่าฟองน้ำ มีอายุการใช้งานยาวนานมาก ไม่ยุบง่าย แต่ค่อนข้างแข็งกว่าฟองน้ำเล็กน้อย ฟองน้ำ ซึ่งเป็นวัสดุที่นิยมใช้กันมาก เนื่องจากมีราคาถูกกว่าวัสดุอื่น ให้ความนุ่มสบายเวลานอน ถ่ายเทอากาศได้ดี แต่ข้อเสียคืออายุการใช้งานค่อนข้างน้อย ใยมะพร้าว ซึ่งปัจจุบันไม่ค่อยนิยมใช้ทำเป็นที่นอนทั้งแท่งแล้ว อาจจะนำมาเสริมเป็นชั้นบางๆ บนโครงสปริงเพื่อช่วยซับน้ำหนัก ไม่ให้สปริงทำงานหนักจนเกินไป เพราะเป็นวัสดุเนื้อหยาบและแข็งกระด้าง ยุบง่าย ยุบแล้วเป็นหลุมหรือเป็นแอ่งๆ             ผ้าหุ้มที่นอน : มีหลายชนิดเช่นกัน ตามราคาต้นทุน เช่น ผ้านอกนำเข้า เป็นผ้าที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยม ให้ความนุ่มสบาย เคลือบสารป้องกันไรฝุ่น และแข็งแรงทนทาน ผ้าจีน เป็นผ้าราคาถูก บางรุ่นมีเคลือบสารป้องกันไรฝุ่น สีสันสวยงาม ขึ้นลายได้หลากหลาย                   ความนุ่มแข็ง : ควรดูจากสรีระและประสบการณ์การนอนของเราว่า เราเหมาะสมกับที่นอนนุ่มหรือแข็งมากน้อยแค่ไหน เช่น คนที่ชอบนอนที่นอนนุ่มอาจจะเป็นกลุ่มคนที่เป็นวัยรุ่นหนุ่มสาวจนถึงวัยกลางคน เพราะทุกส่วนของร่างกายยังมีความแข็งแรง ไม่เปราะ ไม่เสื่อม ไม่มีปัญหาเรื่องข้อต่อต่างๆตามกระดูกสันหลัง จึงอยากมีที่นอนที่มีความนุ่มสบาย เนื่องจากจะทำให้นอนหลับสบายและหลับเต็มอิ่มทั้งคืน ส่วนคนที่ชอบที่นอนที่มีความแข็งขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง หรือที่นอนที่มีความแน่นของชั้นวัสดุต่างๆ อาจจะเป็นกลุ่มคนสูงวัยและเด็กเล็ก เพราะกลุ่มคนเหล่านี้มักจะมีปัญหาเรื่องกระดูก เนื่องจากกระดูกและข้อต่อต่างๆไม่แข็งแรงพอ จึงทำให้เวลานอนบนที่นอนนุ่มแล้วมักจะมีอาการปวดกระดูกสันหลัง เพราะกระดูกอาจจะเคลื่อนหรือเคร็ดจากการจมลงไปบนที่นอนที่มีความนุ่มมากเกินไป                   ขนาด : ขนาดของที่นอนก็มีความสำคัญสำหรับคนที่จะเลือกซื้อและลงทุนกับที่นอน เพราะไม่เพียงแต่จะส่งผลกับต้นทุนที่นอนอย่างเดียว จะมีต้นทุนสำหรับเครื่องนอนอื่นๆที่เราจำเป็นต้องคำนึงถึงด้วยเช่นกัน เพราะที่นอนกับเครื่องนอนเป็นของคู่กัน ซึ่งแน่นอนว่าขนาดใหญ่ขึ้นเท่าไหร่ ต้นทุนทั้งที่นอนและเครื่องนอนก็จะสูงขึ้นเช่นเดียวกัน ขนาดของที่นอนมาตรฐานตามท้องตลาดส่วนใหญ่จะมีขนาดดังนี้ ขนาด 3.5 ฟุต หรือที่เรียกว่า Single Bed (กว้าง 3.5 ฟุต X ยาว 6.5 ฟุต) = สำหรับนอนคนเดียว ขนาด 5.0 ฟุต หรือที่เรียกว่า Queen size Bed (กว้าง 5.0 ฟุต X ยาว 6.5 ฟุต) = สำหรับนอนสองคน เหมาะกับคนรูปร่างเล็กหรือคนแถบเอเชีย ขนาด 6.0 ฟุต หรือที่เรียกว่า King size Bed (กว้าง 6.0 ฟุต X ยาว 6.5 ฟุต) = สำหรับนอนสองคน เหมาะสำหรับคนรูปร่างสูงใหญ่หรือคนแถบยุโรป อเมริกา หรือสำหรับนอนสามคน เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กนอนด้วยอีกหนึ่งคน
Home Guru
      การดูแลสุขภาพก่อนลุกจากที่นอน ปฏิบัติการ 9 ข้อ 9 นาที  เคยพบเห็นอุบัติการณ์ บ่อย ๆ ของคนสูงอายุ ที่ตื่นมากลางดึก เข้าห้องน้ำ แล้วอยู่ๆ ก็เป็นลมหมดสติอยู่ใน ห้องน้ำ ต้องรีบนำส่ง โรงพยาบาล บางคนลุก ขึ้นจากที่นอนอย่างรวด เร็ว เมื่อได้ยินเสียง นาฬิกาปลุกหรือตกใจ หรือไม่ทันตั้งตัว ก็มีอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต (ช่วงเวลานอนหลับ สมองใหญ่ของคนเรา อยู่ระหว่างผ่อนคลาย การไหลเวียนของเลือด) 9 ขั้นตอนก่อนลุกจากที่นอน        1. ใช้นิ้วมือหวีผม 1 นาที จากหน้าผากถึง ท้ายทอย เพื่อกระตุ้น การไหลเวียนเลือด บริเวณสมอง ป้องกันโรคหลอดเลือด ในสมอง และทำให้ผม ดกเงางาม        2. นวดหูเบาๆ 1 นาที นวดขอบหูเบา ๆ ซ้าย ขวาทั้งสองข้างจาก ขอบหูบนสู่ขอบหูล่าง จนเกิดความรู้สึกร้อนผ่าว แล้วนวดในแอ่งหู ทุกแอ่ง รวมทั้งใช้นิ้ว แหย่เข้าในรูหูและ กระตุ้นเบาๆเนื่องจากใบ หูมีจุดสะท้อนร่างกาย ทั่วร่างกาย การกระตุ้น ใบหูจึงเป็นการกระตุ้น การไหลเวียนของเลือดทั้งร่างกาย        3. เคลื่อนไหวดวงตา 1 นาที ปิดเปลือกตา แล้วกลอกตาตามเข็ม นาฬิกาและทวนเข็ม นาฬิกาสลับกัน เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อตา และกระตุ้นการทำงาน ของตับ        4. ขบฟันเบาๆ และเคลื่อนไหวม้วนลิ้น 1 นาที เพื่อกระตุ้นเลือดพลัง กระตุ้นฟัน กระตุ้นไต และเพิ่มการเคลื่อนไหวของลิ้น ซึ่งเหมือนการ เคลื่อนไหวเลือดพลัง ทั่วร่างกาย        5. เคลื่อนไหวแขนขา 1นาทีโดยการยืดแขนเข้า ออก กระตุ้นการไหล เวียนเลือดทั่วร่างกาย เพิ่มการไหลเวียนเลือด กลับเขาสู่หัวใจ และส่งไปเลี้ยงสมอง        6. นวดบริเวณสะดือ ขึ้นลงเบาๆ 1 นาที แนวด้านบนสะดือมีจุด ฝังเข็มที่เกี่ยวข้องกับ การเพิ่มพลังหยวนซี่ ของร่างกาย เป็นจุด เกี่ยวข้องกับอวัยวะ ภายในด้วย ทำให้เสริม กระตุ้นให้พลังร่างกาย หมุนเวียนดีขึ้น        7. ขมิบก้น ดึงขึ้นแล้วผ่อนคลาย 1 นาที ป้องกันริดสีดวง        8. นวดฝ่าเท้า 1 นาที นอนหงาย ยกขาทำท่าถีบจักรยาน ขึ้นบน ลงล่างสลับกัน ใช้ฝ่าเท้า 2 ข้างถูกัน จนกระทั่งมีความรู้สึก ร้อนที่ฝ่าเท้า เป็นการ กระตุ้นทั่วร่างกาย กระตุ้นความอยาก อาหารและกระตุ้นสมอง        9. พลิกตัวซ้ายขวา 1 นาที เพื่อเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อส่วนเอว และไขสันหลัง เป็นการปรับพลังไต และประสาทอัตโนมัติ ไตถือเป็นรากฐานชีวิต แกนกลางร่างกายเป็น เส้นลมปราณควบคุม พลังหยินหยางของ ร่างกายทั้งหมด ปฏิบัติ 9 ข้อ 9 นาที นอกจากจะเป็นการ ปฏิบัติเพื่อเตรียม ร่างกายหรือปรับตัว ก่อนลุกจากที่นอน เหมาะสำหรับการดูแล สุขภาพของคนที่ต้อง นอนป่วยอยู่บนเตียง คนสูงอายุ ยังสามารถ นำมาประยุกต์ใช้กับ ท่านั่ง ท่ายืน หรือ ขณะทำงานได้ โดยเลือกท่าตามความ เหมาะสม ถือเป็นการ ดูแลที่ง่ายและสะดวก
Home Guru
เครื่องนอนนั้นสำคัญไฉน?        การเลือกซื้อที่นอนมีหลักง่าย ๆ คือ  ดูที่ความนุ่มและความแน่นของที่นอน  ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับสรีระ  น้ำหนักตัว  และความชอบของผู้ใช้ด้วย     -  ผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อย  ควรเลือกที่นอนนุ่ม  เพราะสามารถกระจายน้ำหนักตัวลงทั่วทุกจุด     -  ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมานตรฐาน  ควรเลือกที่นอนที่นุ่มปานกลาง  เวลานอนร่างกายต้องไม่จมลงในที่นอนมาก     -  ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก  ควรเลือกที่นอนเนื้อแน่นซึ่งรับน้ำหนักได้ดี  ถ้านอนที่นอนนุ่ม  จะทำให้สะโพกจมลงในที่นอน  ทำให้บั้นเอวแอ่น  เกิดอาการปวดหลังได้ เวลาไปเลือกซื้อที่นอน  ขอให้ลองนอนดูจริง ๆ โดยการนอนหงายแล้วสังเกต  ดูว่าที่นอนกับหลังแนบสนิทกับที่นอนหรือไม่  ตรงหลังส่วนล่างที่มีความเว้ามีช่องว่างเกิดขึ้นระหว่างที่นอนกับหลังหรือเปล่า  ที่นอนที่รองรับสรีระได้ดีต้องมีช่องว่างเกิดขึ้นน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย แต่ต้องสังเกตว่าสะโพกและตัวของเราต้องไม่จมไปกับที่นอน  และลองนอนตะแคงให้สังเกตดูว่าตั้งแต่ศีรษะจนถึงสะโพก  กระดูกสันหลังควรต้องอยู่ในแนวตรงเช่นเดียวกับตอนยืนในท่าปกติ  กล้ามเนื้อหลังจะได้ไม่ทำงานหนักตลอดคืน  และที่นอนนั้นควรให้ความรู้สึกนุ่มสบายเวลานอน  ซึ่งคุณอาจทดสอบโดยลองสอดมือเข้าไปในช่วงของแผ่นหลังและสะโพก  ถ้าสอดมือเข้าไปได้  แสดงว่าที่นอนแข็งเกินไป  หรือถ้าสอดมือลำบากแสดงว่านิ่มเกินไป  แต่ถ้าสอดมือเข้าไปได้โดยไม่มีช่องว่างก็แสดงว่าที่นอนนั้นเหมาะสมแล้ว  เท่าที่สังเกตดูคนที่ซื้อที่นอนส่วนใหญ่ไม่ได้ลองนอนกันสักเท่าไร  อาจเป็นเพราะร้านที่โชว์ขายที่นอนส่วนใหญ่จะเปิดโล่ง จริง ๆ แล้วในบางร้านสมัยนี้เขาจัดเป็นมุมส่วนตัวให้ลูกค้าทดลองนอนบนที่นอนกันแล้ว  ซึ่งนับว่าดีไม่น้อย  เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ควรพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วน  นอกจากนี้ที่นอนควรมีขนาดใหญ่เพียงพอให้คุณพลิกตัวไปมาได้สะดวก  หากคุณนอนเป็นคู่ก็ควรเลือกซื้อขนาดที่นอนให้เหมาะสมกับร่างกายผู้นอนทั้ง 2 คน  และขนาดของที่นอนควรยาวกว่าความสูงอย่างน้อย  15  เซนติเมตร  บางแบบอาจมีฐานรองซึ่งก็ควรเลือกรุ่นให้ตรงกับที่นอนที่เขาออกแบบมาร่วมกัน  รวมทั้งดูคุณภาพของวัสดุที่ใช้  ไม่ว่าจะเป็นเนื้อผ้า  ระบบสปริงต่าง ๆ  ที่สำคัญต้องทำให้คุณหลับสบายที่สุด  แถมอีกนิดว่า เมื่อใช้ที่นอนไปแล้วสัก  6  เดือนควรกลับอีกด้านหนึ่งมาใช้  เพื่อไม่ให้ที่นอนถูกใช้เพียงด้านเดียว  ซึ่งจะทำให้ที่นอนนั้นเสื่อมสภาพเร็ว  และควรกลับด้านหัวนอนและปลายเท้าสลับกันด้วยเพื่อให้ใช้งานได้ทั่วถึงทั้ง   4  ด้าน  ที่นอนหลังหนึ่งมีอายุการใช้งานประมาณ  10  ปี  ต้องเปลี่ยนใหม่เพื่อสุขภาพที่ดี การเลือกซื้อหมอนหนุนและหมอนข้าง     หมอนหนุน  ต้องไม่นุ่มหรือสูงจนเกินไป  เวลานอนศีรษะต้องไม่จมลงในหมอนมาก  หมอนที่ดีควรจะรองตั้งแต่ต้นคอถึงศีรษะ  รองรับกบับกระดูกต้นคอได้พอดีเสมอเป็นระนาบเดียวกัลลำตัว  ความสูงของหมอนประมาณ  4 - 6  นิ้ว  ถ้าหมอนสูงเกินไปเมื่อนอนหงายหรือนอนตะแคง  กล้ามเนื้อคอจะถูกยืด  ทำให้ปวดกล้ามเนื้อคอ  เมื่อนอนหงายหากหมอนสูงไปจะทำให้ทางเดินหายใจแคบ  เกิดอาการนอนกรนได้  อันที่จริงแล้วการเลือกหมอนแบน ๆ  แต่ซ้อนกัน  2 ใบ  หนุนใบเดียวสูง ๆ  ก็นอนไม่ได้  บางคนชอบนอนหมอนแข็ง  บางคนชอบแบบนุ่มนิ่ม  เลือกที่เราคิดว่าเราหนุนสบายที่สุดก็แล้วกัน  สำหรับวัสดุที่ใช้ทำหมอนเดี๋ยวนี้ก็มีหลายแบบ  เช่น     -  ใยสังเคราะห์  มีทั้งแบบนุ่มฟูและแน่น ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน  มีความยืดหยุ่น  ปรับเปลี่ยนตามรูปศีรษะ  และคืนรูปทรงของหมอนได้     -  ยางพารา  มีความยืดหยุ่นมากกว่าหมอนประเภทอื่น  ๆ คงทน  อายุการใช้งานนาน  การระบายอากาศดี  เพราะมีรูพรุนภายในเนื่อยางพารา  ไม่มีกลิ่น  และอับชื้น  เป็นหมอนเพื่อสุขภาพ  เหมาะสำหรับผู้เป็นโรคภูมิแพ้หรือโรคระบบทางเดินหายใจ     -  ขนเป็ด  มีความนุ่มฟูเป็นพิเศษ  รองรับน้ำหนักศีรษะได้ตามส่วนโค้งเว้าของศีรษะและต้นคอ  เหมาะกับผู้ที่ชอบหมอนนุ่มมาก ๆ  การใช้งานต้องระวังเรื่องการเปียกน้ำ  เพราะจะทำใหห้เกิดกลิ่น     -  นุ่น  เป็นวัสดุที่ดีในการทำเครื่องนอน  เพราะสามารถปรับให้รับกับสรีระของผู้นอนได้  และราคาไม่แพง  แต่ข้อเสียคือทำความสะอาดยาก  และอาจมีเศษนุ่นหลุดเป็นละออง  จึงไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้     -  Memory Foam  ช่วยรองรับแรงกดทับของศีรษะและต้นคอทุกการเคลื่อนไหว ช่วยให้เลือดไหลเวียนสะดวก  ไม่เป็นเหน็บชา  เนื้อค่อนข้างนุ่มเป็นพิเศษ     หมอนข้าง  ก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบางคน  การเลือกซื้อหมอนข้างต้องเลื่อกที่นอนกอดแล้วทำให้เอวกับลำตัวอยู่ในแนวเส้นตรง รูปทรงของหมอน  คุณจะเลือกแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับท่านอนของแต่ละคน  แต่อยากแนำให้เลือกหมอนที่มีขนาดใหญ่พอสมควร  และมีส่วนกว้างออกมาถึงช่วงไหล่  เวลาพลิกตัวจะได้ไม่ตกหมอน  หมอนที่มีส่วนเว้าโค้งที่ออกแบบมาเพื่อรองรับกับต้นคอจะเหมาะกับท่านอนหงาย  หากนำมาใช้นอนตะแคงคุณอาจเกิดอาการปวดต้นคอได้  ทางที่ดีที่สุดเช่นเดียวกับที่นอน  คือลองนอนหนุนหมอนทุกครั้งก่อนซื้อ  เพื่อทดสอบความพอดีกับต้นคอ  ความสูง  ความนิ่มว่าเหมาะสมกับตัวเองมากน้อยเพียงใด     นอกจากนี้ยังมีหมอนเพื่อรองรับการใช้งานรูปแบบอื่น ๆ  เช่น  หมอนรองเอว  หมอนรองขา  หมอนรองคอ  ผู้ที่มีปัญหาเวลานอนแล้วปวดขา  ปวดเอว  อาจซื้อหมอนประเภทนี้มารองเพื่อให้รู้สึกนอนสบายยิ่งขึ้นก็ได้ สำหรับท่านที่นอนในห้องปรับอากาศ  สิ่งที่ขาดไม่ได้คือผ้าห่มนวม  ไม่อย่างนั้นโรคหวัดและปวดบวมถามหาแน่  ผ้าห่มนวมนอกจากจะให้ความอบอุ่นอล้วยังใช้เป็นผ้าคลุมเตียงได้ด้วย  การเลือกซื้อผ้าห่มนวมต้องพิจารณาว่า ไส้ผ้านวม  นั่นทำจากวัสดุใด  ซึ่งโดยทั่วไปมีอยู่ 2  ชนิดคือพวกฝ้ายหรือนุ่น  และเป็นพวกใยสังเคราะห์  คนที่เป็นโรคภูมิแพ้หอบหืด  ขอแนำให้ใช้ผ้าห่มนวมที่ไส้เป็นใยสังเคราะห์เพราะไม่เก็บกักฝุ่น ซักทำความสะอาดง่าย ไหน ๆ  ก็พูดถึงเรื่องการเลือกซื้อที่นอน  หมอน  ผ้าห่มแล้ว  แถมท้ายเรื่องท่านอนที่ถูกต้องอีกนิด  เพื่อความสมบูรณ์แบบในการนอน  ท่านอนยอดฮิตคงไม่พ้น  ท่านอนหงาย  ควรใช้หมอนหนุนหัวแบบเตี้ย ๆ  นุ่ม ๆ เพื่อให้ต้นคออยู่แนวเดียวกับลำตัว  ป้องกันการปวดคอจากนอนคอพับหรือนอนเงยคอมากเกินไป  แต่ท่านี้ไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคปอดและโรคหัวใจ  เพราะกล้ามเนื้อกะบังลมจะกดทับปอดทำให้หายใจไม่สะดวก  หัวใจต้องทำงานลำบากขึ้น  นอกจากนี้คนที่มีอาการปวดหลัง  การนอนหงายในท่าราบยังอาจทำให้อาการปวดรุนแรงขึ้นด้วย  ควรหาหมอนใบเล็ก ๆ มารองใต้เข่า  เพื่อช่วยให้ลดแรงกดของหลังให้กล้ามเนื้อหลังได้ผ่อนคลายที่สุดดีกว่า คนที่ชอบนอนตะแคง  ซึ่งถือว่าเป็นท่านอนที่ดีที่สุด  โดยเฉพาะท่านอนตะแคงขวา  ที่เชื่อว่าช่วยให้หัวใจทำงานได้สะดวก  และอาหารจากกระเพาะจะถูกบีบลงลำไส้เล็กได้ดี  ทำให้อาหารไม่คั่งค้างในกระเพาะนานเกินไป แถมยังเป็นท่าที่ช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้ด้วย  ใครชอบนอนตะแคงแบบนี้  อย่าลืมหาหมอนข้างหรือใช้หมอนหนุนระหว่างเข่า  ช่วยให้ทำให้สะโพกและหลังผ่อนคลาย  และป้องกันอาการขาชาจากการถูกกดทับตลอดคืนได้ด้วย  สำหรับหมอนที่ใช้หนุนในท่านี้ควรมีความหนามากพอที่จะให้ศีรษะอยู่ในแนว เดียวกันกับลำตัว  ส่วนคนที่ชอบนอนคว่ำ ให้เอาหมอนบาง ๆ หนุนบริเวณหน้าท้อง  รับรองนอนสบายทั้งคืนเชียว