We Recommend

Promotions

Shopping Online

Home Guru
1. ความจุพอจำนวนคน ขนาดพอดีพื้นที่ ตู้เย็นขนาดกี่คิว จึงจะพอดีไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป ให้เปลืองพื้นที่และเปลืองไฟ เปรียบเทียบง่าย ตามจำนวนคนและพฤติกรรมการใช้งาน เช่น 2-3 คน ควรใช้ขนาด 6-10 คิว, 4-5 คน ควรใช้ขนาด 10-15 คิว หรือ 6 คนขึ้นไป ควรเลือกใช้ที่ขนาดไม่ต่ำกว่า 15 คิว และต้องไม่ลืมที่จะวัดขนาดของพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น กว้างxลึกxสูง ประกอบด้วย รวมถึงความกว้างประตู บันได เพื่อตอนขนย้ายจะได้ไม่ติดปัญหา *ควรวัดหน่วยเป็นเซนติเมตรจะช่วยให้เปรียบเทียบง่าย   3. ราคาต้องคุ้มค่า ราคาจะทำให้การตัดสินใจง่ายขึ้น หากมีการตั้งงบไว้แต่แรก โดยคำนวณราคากับอายุการใช้งานของแต่ละรุ่นที่เราเลือก เปรียบเทียบตัดสินใจว่ารุ่นไหนมีค่าใช้จ่ายต่ำสุด ด้วยการคำนวณง่ายๆ - ราคาตู้เย็น หาร จำนวนปีที่มีการรับประกัน - ราคาตู้เย็น หาร จำนวนปีที่มีการรับประกับ บวก ค่าไฟต่อปีที่ระบุบนป้ายเบอร์ 5 หาร 365 วัน 4. ดีไซน์สวย อยู่ได้นาน เรื่องดีไซน์ควรเลือกที่มีสวยและใช้ได้นาน แบบดูไม่เชยเมื่อเวลาผ่านไปนานๆ และไม่ลืมมองเรื่องความสะดวกในการใช้งาน เปิดปิดสะดวก มีช่องชั้นจัดเก็บของได้เป็นระบบระเบียบ     5. ตำแหน่งที่ตั้ง ต้องระบายความร้อนได้ดี จะตั้งตู้เย็นตรงไหนก็ต้องมองว่า บริเวณนั้นทึบเกินไปหรือไม่ ควรเว้นระยะห่างด้านหลังตู้เย็นกับผนังประมาณ 20 ซม. ด้านข้าง 20 ซม. ด้านบน 30 ซม. เพื่อให้มีระยะเปิดปิดและด้านหลังก็สามารถระบายความร้อนได้ดี 6. ตรวจสอบสภาพโดยรอบ ก่อนเซ็นต์รับสินค้า เมื่อตกลงใจเลือกตู้ที่เหมาะกับเราแล้ว ก่อนรับสินค้าต้องตรวจสอบสภาพโดยรอบ ว่าไม่มีรอยบุบ ขูดขีด สายไฟอยุ่ในสภาพเรียบร้อย ไม่ชำรุดฉีกขาด การเปิดปิดเงียบสนิท ประตูและยางขอบตู้แน่นสนิท เพื่อให้แน่ใจว่าตู้เย็นใหม่พร้อมใช้งาน ดูรายระเอียดสินค้าตู้เย็นเพิ่มเติม คลิก...
Home Guru
           ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ตัวช่วยสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เพราะฉลากจะบอกข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิด ทั้งระดับการใช้ไฟฟ้า ประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน ค่าใช้จ่ายต่อปี เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและมีประสิทธิภาพดี ซึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 คือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการประหยัดพลังที่ได้มาตราฐานตามที่ กฟผ. และกระทรวงพลังงานกำหนด โดยฉลากประหยัดไฟจะมีระดับความประหยัดตั้งแต่เบอร์ 1 ถึงเบอร์ 5 ซึ่งคือระดับที่ประหยัดไฟมากที่สุด   รู้จักเบอร์ 5 ต้องเลือกให้เป็น      การเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ได้รับการรับรอง “ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5” จะช่วยเราคำนวณค่าใช้จ่ายโดยประมาณต่อปี ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดมีประสิทธิภาพในการช่วยประหยัดพลังงานได้มากน้อยแค่ไหน แล้วบนฉลากบอกอะไรกับเราบ้าง 1 ตัวเลขยิ่งมาก ยิ่งประหยัดไฟ 2 ฉลากต้องมีระบุปีที่ทำการทดสอบค่าพลังงาน 3 มีระบุประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า 4 ต้องมีลายน้ำสัญลักษณ์กระทรวงพลังงาน ตรงกลางฉลาก 5 แสดงตัวเลขการใช้พลังงานไฟฟ้าต่อปีและค่าไฟฟ้าต่อปี ส่วนนี้จะช่วยเปรียบเทียบว่ายี่ห้อไหนประหยัดได้มากกว่ากัน 6 แสดงหน่วยงานที่กำกับดูแล ด้วยสัญลักษณ์ “การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย” และกระทรวงพลังงานด้วยตัวอักษรสีขาวบนพื้นสีเขียว 7 มีข้อมูลสำหรับสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ด้านล่างฉลาก *ข้อมูลบนฉลากเหล่านี้ต้องครบถ้วน แน่ใจได้ว่าเป็นฉลากแท้*     วิธีคำนวณประมาณการค่าใช้จ่ายต่อปีเพื่อความมั่นใจว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราเลือกประหยัดจริง ด้วยวิธีคิดง่ายๆ                ค่าใช้จ่าย (บาท) = หน่วยพลังงานไฟฟ้า (kWh) × ค่าพลังงานไฟฟ้าต่อหน่วย ตัวอย่าง การคำนวณหน่วยพลังงานไฟฟ้า (kWh) และการประมาณการผลการประหยัดค่าใช้จ่าย/ปีของเครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 BTU/hr โดยทำการเปรียบเทียบประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศที่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานเบอร์5 และมาตรฐาน มอก. หมายเหตุ 1. กำหนดให้เครื่องปรับอากาศใช้งาน 8 ชั่วโมง/วัน 2. ค่าพลังงานไฟฟ้าต่อหน่วย = 3.28 บาท/หน่วย    การประมาณการผลการประหยัดค่าใช้จ่าย/ปี    ค่าใช้จ่าย (บาท) = 954.62 kWh × 3.28 บาท =3131.14 บาท     *เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ช่วยชาติลดการใช้ไฟฟ้ากว่า 53,000 ล้านบาท ลดความต้องการไฟฟ้ากว่า 27,000 เมกะวัตต์ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดร์ออกไซด์ 9.87 ล้านตัน       ซึ่งตอนนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร จัดกิจกรรม “ลดไฟหน้าร้อน เปลี่ยน...เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5” หวังกระตุ้นประชาชน “เปลี่ยน” มาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 คาดจะสามารถลดพลังงานไฟฟ้ากว่าปีละ 15.7 ล้านหน่วย หรือ 62 ล้านบาท และลด CO2 ได้ 8 พันตัน    ขอบคุณข้อมูลhttp://labelno5.egat.co.th/index.php?lang=thhttp://www.mitsuheavythai.com/   ดูรายละเอียดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติม คลิก...          
Home Guru
จัดแปลนครัวก่อนเลือกชุดแต่ง      ตำแหน่งของห้องครัวที่มาพร้อมการออกแบบฟังก์ชั่นบ้าน ให้สำรวจและวางแปลนการใช้งานก่อนอันดับแรก โดยไม่ลืมมองเรื่องมุมของหน้าต่างที่เปิดรับแสงควรเป็นมุมของซิงค์ล้างจาน ตำแหน่งของตู้เย็นที่แน่นอน เพื่อจะได้เลือกแบบของชุดครัวได้เหมาะว่าจะเป็นรูปทรงใด ครัวรูป ตัว U : พื้นที่ครัวต้องกว้าง เพราะชุดครัวจะกินเนื้อที่ของห้องถึงสามด้าน ครัวรูป ตัว L : ใช้ได้กับทั้งห้องเล็ก ห้องใหญ่ หากเป็นห้องเล็ก แต่ส่วนเข้ามุมอาจเล็กใหญ่ต่างกัน ครัวรูป ตัว I : เหมาะแก้ปัญหาห้องครัวเล็ก หรือครัวที่ต้องการโชว์หรือให้เชื่อมกับส่วนอื่น เลือกรูปทรงและดีไซน์ ให้เข้ากับขนาด      เมื่อรู้เบื้องต้นแล้วว่าครัวเราเหมาะกับรูปทรงใด ต้องจัดวางอะไรไว้ส่วนใด ก็ได้เวลาเลือกแบบครัวที่ถูกใจ ซึ่งส่วนจะใช้ความชอบเป็นหลัก แต่ก็ควรคำนึงถึงความสวยงามที่ต้องมาพร้อมความทนทาน แข็งแรง รวมถึงมีบริการออกแบบให้ดูก่อนตัดสินใจ หรือมีบริการหลังการขายที่ดี อย่างบริการ Home Service จากโฮมโปร วางตำแหน่งเครื่องครัว      กำหนดจุดติดตั้ง เตาแก๊ส เตาอบ เตาไมโครเวฟ ซิงค์ล้างจาน ที่ต้องติดตั้งแบบ Built-in ไปกับชุดครัว ใช้หลักการวางแบบสามเหลี่ยมเข้ามาช่วย เพื่อให้วางตำแหน่งได้ง่ายขึ้น เช่น เตาแก๊ส อยู๋ซ้ายซิงค์อยู่ขวา ส่วนจุดกลางคือตัวเราที่สามารถใช้งานได้สะดวก ระยะความสูงและขนาดที่ต้องรู้      ในแต่ส่วนการติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหลายในครัวไม่ว่าเล็กใหญ่ เจ้าของครัวควรรู้ในเบื้องต้นด้วยว่า อยากได้เครื่องไฟฟ้าไซส์ไหน จัดวางห่างกันเท่าไร ระยะห่างระหว่างเครื่องดูดควันจากเตาแก๊สควรอยู่ที่เท่าใด     ช่องแสงและการระบายอากาศ      หากเป็นครัวในพื้นที่บ้านที่เปิดโล่ง เรื่องช่องแสงและการระบายอากาศคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่หากเป็นครัวที่ต้องอยู่ในมุมหลังบ้าน มีช่องแสงทางเดียว หรือครัวในคอนโดที่ค่อนข้างจำกัดเรื่องช่องเปิด ทิศทางการทำครัวก็ต้องให้หันหน้ารับแสง ส่วนเรื่องกลิ่นต้องอาศัยเครื่องดูดควันช่วย ซึ่งต้องดูว่าจะเป็นแบบกระโจมที่ต้องเดินท่อปล่อยอากาศ หากเป็นคอนโดอาจต้องเลือกเป็นแบบฝังเคาน์เตอร์มีระบบกรองแต่ไม่ต้องเดินท่อไปนอกห้อง มาช่วยเรื่องการระบายอากาศและกลิ่น ระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง      นอกจากความสว่างของแสงธรรมชาติ ควรเพิ่มแสงเพื่อการใช้งานกลางคืน สำหรับไฟบริเวณใต้ตู้แขวน เพื่อให้ใช้เคาน์เตอร์ได้สะดวกขึ้น จากนั้นวางระบบไฟฟ้าและเชื่อมจุดที่ต้องใช้ไฟให้เป็นระเบียบ มีเบรคเกอร์สำหรับตัดไฟในส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าหากเกิดการลัดวงจร จัดตำแหน่งปลั๊กในมุมที่ห่างจากน้ำ และเลือกใช้ปลั๊กแบบมีฝาปิด เพื่อความปลอดภัย ชมสินค้าภายในห้องครัวเพิ่มเติม คลิก...  

Product

คลิปวิดีโอสาธิตการใช้งานเบื้องต้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 02-831-6000

Product

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 02-831-6000
Home Guru
ระบบ Inverter คือ…?      ระบบมอเตอร์กระแสตรง หรือคอมเพรสเซอร์แบบสวิง ไม่มีช่องว่างระหว่างแกนหมุน ทำให้ลดแรงเสียดทานขณะหมุน ประหยัดพลังงานได้เต็มที่ เพราะว่าคอมเพรสเซอร์สตาร์ทครั้งเดียวและจะทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยใช้วิธีลดรอบการทำงาน เมื่ออุณหภูมิคงที่รอบคอมเพรสเซอร์จะต่ำทำให้เสียงเงียบ และจะไม่มีเสียงสตาร์ทตัวของมอเตอร์ระหว่างการทำงาน   ระบบ Inverter ดีอย่างไร …?      ระหว่างการทำงานของมอเตอร์ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า ระบบ Inverter จะทำให้มอเตอร์ทำงานเงียบ ไม่มีเสียงตัดรอบการสตาร์ทใหม่ สังเกตได้จากตู้เย็น ที่จะมีเสียงตัดบ่อยๆ เมื่อความเย็นไม่คงที่ ส่วน Inverter ในเครื่องซักผ้าก็ให้ความเงียบและซักได้เร็วขึ้นด้วยเพราะมอเตอร์ทำงานต่อเนื่อง การไม่ตัดแล้วสตาร์ทใหม่ของมอเตอร์ทำให้ช่วยประหยัดพลังงาน     ทำไมต้องจ่ายแพงเพื่อ Inverter …?     หากมองเรื่องราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าระบบ Inverter จะมีราคาที่สูงกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป แต่เมื่อเปรียบเทียบความประหยัดระหว่างการใช้งานแล้ว จะเห็นว่าส่วนต่างที่เสียไปสามารถคุ้มทุนความประหยัดได้ภายใน 2 ปี ซึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปจะใช้เวลาคุ้มทุนนาน 10-15 ปี    Inverter ประหยัดได้มากกว่า      การลดรอบของมอเตอร์เมื่ออุณหภูมิคงที่ หรือการไม่ตัดสตาร์ทใหม่ของมอเตอร์ ทำให้ระบบ Inverter ช่วยให้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดได้มากกว่าระบบทั่วไป 20-30%    Inverter ในเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า     ระบบ Inverter ทำหน้าที่เร่งรอบให้ความเย็นได้ตามที่ต้ังไว้ แล้วค่อยลดรอบการหมุนให้คงที่แต่ความเย็นยังคงที่ไม่มีการตัดความเย็น ทำให้ไฟไม่กระชาก สำหรับเครื่องซักผ้า ก็ทำให้มอเตอร์ของเครื่องทำงานได้ต่อเนื่อง ช่วยให้การซัก ปั่นหมาด ไม่ต้องเริ่มรอบมอเตอร์ใหม่ ทำให้ซักเร็วและเงียบมากขึ้น ช่วยให้ประหยัดได้มากขึ้น     
Home Guru
  กันความร้อนจากหลังคา     เพราะหลังคาเป็นจุดรับแดดแบบเต็มพื้นที่ ควรติดฉนวนกันความร้อนช่วยลดอุณหภูมิความร้อนที่จะส่งผลสู่ภายในบ้าน ซึ่งฉนวนก็มีให้เลือกทั้งแบบที่เป็นวัสดุอลูมิเนียมฟอยล์ , โฟมพอลิเอทิลีน และแบบใยแก้ว  - ฉนวนกันความร้อนแบบอลูมิเนียมฟอยล์ ผิวฟอยล์จะสะท้อนความร้อนได้ดี ทนความชื้น ไม่ติดไฟ ไม่ลามไฟ ไม่ฉีกขาดง่าย  - ฉนวนกันร้อนแบบโฟม คงสภาพเดิมแม้โดนน้ำหรือความชื้น ทนต่อกรดและด่าง น้ำหนักเบา แข็งแรง - ฉนวนกันร้อนแบบใยแก้ว  หรือเรียกอีกอย่างว่าไมโครไฟเบอร์ ที่มีโพรงอากาศเล็กๆ ช่วยให้เก็บกักความร้อนได้ดี รวมถึงช่วยดูดซับเสียงได้ในระดับหนึ่งด้วย และสามารถทนไฟได้ประมาณ 300 องศาเซสเซียส ทาสีกันร้อนให้ตัวบ้าน      โดยรอบตัวบ้านก็สามารถรับความร้อนได้ไม่แพ้ความร้อนจากหลังคา การป้องกันความร้อนให้ตัวบ้าน ด้วยการทาสีให้ช่วยสะท้อนแสง จึงเป็นอีกตัวช่วยให้อุณหภูมิภายในลดลงได้อีกทางหน่ึง ซึ่งควรเลือกสีที่มีคุณสมบัติดังนี้  - เป็นสีโทนอ่อน เพื่อช่วยในการสะท้อนแสง เช่น สีเบจ สีครีม หรือสีขาว กลุ่มสีโทนอ่อนจะช่วยสะท้อนแสงได้ดีกว่าสีโทนเข้ม  - เลือกใช้สีที่มีคุณสมบัติเช็ดล้างทำความสะอาดได้ เมื่อมีคราบสกปรกหรือคราบน้ำกระเด็น    ติดฟิล์มกรองแสงที่หน้าต่าง      ติดฟิล์มช่วยกรองแสงสำหรับหน้าต่างที่อยู่ทางทิศตะวันออกและตะวันตก ช่วยแสงที่จะเข้ามาสู่ห้องแบบเต็มๆ  ติดกันสาดช่วยบังแสง      ลดแสงด้วยการติดกันสาดเฉียงประมาณ 45 องศา บริเวณหน้าต่างที่ได้รับแสงมากจะช่วยลดแสงที่เข้ามาในห้องได้ถึง 65-77%  ปลูกต้นไม้ ติดระแนงช่วยบังแสง      รอบบ้านควรปลูกต้นไม้เพื่อช่วยลดปริมาณแสงแดดท่ีจะส่องเข้าสู่ตัวบ้าน หรือติดระแนงไม้ ช่วยบังแสงในส่วนที่ต้องรับแสงโดยตรง 
Home Guru
  แอร์เย็นฉ่ำแต่ประหยัดพลังงาน - เลือกใช้แอร์ระบบอินเวอร์เตอร์      แอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ จะช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าแอร์ทั่วไป 40-60%  ด้วยระบบการทำความเย็นคงที่ เมื่อความเย็นถึงอุณหภูมิที่ต้องการ คอมเพรสเซอร์จะลดรอบการทำงานลง แต่ยังรักษาอุณหภูมิได้คงที่ ทำให้ได้ท้ังความเย็นและประหยัดพลังงาน - คำนวณ BTU ให้เหมาะกับขนาดห้อง      ขนาด BTU ต่างกัน ให้ความเย็นและการประหยัดต่างกัน ถ้าแอร์ใหญ่เกินกว่าห้อง คอมเพรสเซอร์ก็จะตัดบ่อยกินไฟมากขึ้น  แต่ถ้าแอร์เล็กเกินกว่าห้อง คอมเพรสเซอร์ก็จะทำงานตลอดเวลาเพื่อให้ห้องเย็นตามอุณหภูมิที่ต้ังไว้ ทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน อายุการใช้งานก็สั้นลง ดังนั้นจึงต้องเลือกขนาดของ BTU ให้เหมาะกับขนาดของห้อง เพื่อให้ได้ความเย็นและไม่สิ้นเปลืองพลังงาน    ตารางเปรียบเทียบขนาด BTU กับขนาดของห้อง - ระหว่างใช้งานควรปรับอุณหภูมิไว้ที่ 25 องศา และปรับเพิ่มขึ้นทุกๆ 1 องศา จะช่วยประหยัดพลังงานได้อีก 10% - หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองแอร์ และล้างแอร์ปีละ 1 ครั้ง ทั้งยืดอายุการใช้งานและประหยัดไฟฟ้าได้ถึง 10 %  ลดอุณหภูมิด้วยพัดลมไอเย็น     ประหยัดงบประมาณลงมาหน่อย แต่ให้ความเย็นแทนแอร์ได้ ด้วยพัดลมไอเย็น กับระบบการทำงานแบบช่วยลดอุณหภูมิด้วยการดึงความร้อนในอากาศให้ผ่านแผ่นทำความเย็น ทำให้อุณหภูมิโดยรอบลดลง ได้อากาศที่เย็นสดชื่น และไม่ทิ้งความชื้นในอากาศไม่ทำให้ห้องอับชื้น  ประหยัดได้มากกว่าด้วยพัดลมไอเย็น  - ปรับลดอุณหภูมิในอากาศให้ลดลง ได้ถึง 4-10 องศา  - ประหยัดไฟได้มากกว่าเครื่องปรับอากาศถึง 10 เท่า  - ไม่มีละอองน้ำ ไม่ทำให้ห้องอับชื้น  - ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกบ้าน เคลื่อนย้ายสะดวก  
Home Guru
  1. เช็คก่อนเปิดน้ำใส่อ่างอาบน้ำ     ต้องไม่ลืมว่า เราได้ปิดช่องระบายน้ำของอ่างอาบน้ำเรียบร้อยก่อนเปิดน้ำใส่ลงไป และยังต้องไม่ลืมท่ีจะตรวจสอบด้วยว่า ที่ปิดช่องระบาย ไม่เสื่อมหรือชำรุดเพื่อไม่ให้เป็นการเสียน้ำไปโดยเปล่าประโยชน์อย่างไม่รู้ตัว เพราะการอาบน้ำในอ่างจะใช้น้ำมากกว่า 150 ลิตร    2.  อาบน้ำฝักบัวประหยัดกว่า     ลดเวลาในการอาบน้ำให้เร็วขึ้นด้วยฝักบัวแทนการอาบน้ำในอ่างอาบน้ำ โดยใช้เวลาให้น้อยละเพียง  5 นาที รวมถึงปิดน้ำในช่วงของการสระผมหรือขัดตัว ก็จะช่วยให้เราประหยัดน้ำได้มากกว่า 200 ลิตร เลยทีเดียว  3. ลดปริมาณน้ำในชักโครก      เพราะในการทำความสะอาดชักโครกหนึ่งครั้ง จะใช้น้ำมากกว่า 5 ลิตร ต่อครั้ง เพื่อลดปริมาณน้ำในชักโครกต่อการใช้หนึ่งครั้ง ควรแทนที่น้ำภายในด้วยขวดน้ำหรือก้อนหิน เพื่อลดปริมาณที่ใช้จริง หรือวิธีง่ายๆ คือเลือกใช้ชักโครกรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเรื่องการประหยัดน้ำ ก็จะคุ้มค่าทั้งความประหยัดและดีไซน์ที่สวยงาม และต้องไม่ลืมตรวจสอบรอยรั่วต่างๆ ของข้อต่อหรือวาลว์น้ำเข้า ตรวจสอบง่ายๆ ด้วยการใส่สีผสมอาหารลงในถังน้ำ หากมีสีซึมลงมาในโถก็แสดงว่าชักโครกของเรามีรอยรั่ว ทำให้เกิดการสิ้นเปลืองน้ำ ต้องรีบทำการซ่อมทันที    4. ปิดน้ำระหว่างแปรงฟัน      ไม่ลืมเปิดน้ำทิ้งไว้ระหว่างแปรงฟันหรือโกนหนวด ควรปิดน้ำไว้ก่อน จะช่วยประหยัดได้มากกว่า 30 ลิตร เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและประหยัดน้ำได้มาก    5. เลือกใช้ก๊อกเพิ่มฟองอากาศ     ก๊อกน้ำหรือหัวฝักบัวที่เราใช้ ควรเลือกเป็นแบบที่มีระบบ Aerators ที่เพิ่มอากาศเข้าไปภายในเพื่อลดปริมาณน้ำที่ออกมา และทำให้ได้สายน้ำที่นุ่มกว่าก๊อกธรรมดา ซึ่งฝักบัวรุ่นใหญ่นอกจากมีการเพิ่มอากาศแล้ว ยังมีรุ่นที่สามารถกรองน้ำได้อีกระดับด้วย    6. ใช้ก๊อกอัตโนมัติหรือแบบก้านโยก      เพื่อให้การประหยัดน้ำได้ผลมากขึ้น ควรเลือกก๊อกแบบที่เป็นก้านโยก หรือแบบเซ็นต์เซอร์ เพื่อให้การปิดหรือหยุดน้ำทำได้ในทันที ไม่ต้องใช้เวลาหมุน ที่ทำให้เสียน้ำมากกว่า 
Home Guru
เป้าหมายการใช้อ่างอาบน้ำของเราคือ ? …      การรู้เป้าหมายว่าจะใช้อ่างอาบน้ำเพื่อนอนแช่เฉยๆ หรือเพื่อเป็นสปาบำบัด จะช่วยเป็นกรอบในการเลือกประเภทของอ่างพร้อมๆ กับการพิจารณาเรื่องราคา หากเป็นอ่างแช่ทั่วไป ราคาก็จะไม่สูง แต่หากเริ่มมีฟังก์ชั่น Whirlpool , air bath , aromatherapy features เหล่านี้ก็จะมาพร้อมราคาที่ขยับสูงขึ้นตามไปกับฟังก์ชั่น ที่สามารถเลือกกำหนดได้ตามต้องการ    พื้นที่กว้างแค่ไหน ที่จะติดตั้งอ่างอาบน้ำ ? …     ก่อนหลงรักและตัดสินใจเลือกอ่างอาบน้ำที่ชอบ ต้องย้อนกลับมาดูเรื่องพื้นที่ที่เรามีด้วยว่า สามารถติดตั้งอ่างในแบบที่ต้องการได้หรือไม่ โดยปกติอ่างอาบน้ำทั่วไปจะมีขนาด ยาว 60 นิ้ว กว้าง 30 นิ้ว ลึก 14 นิ้ว หรืออาจมีขนาดใหญ่กว่านี้ได้ตามต้องการ โดยก่อนสั่งซื้อต้องทำการวัดพื้นที่ให้แน่ใจว่าขนาดของอ่างจะเข้ามาติดตั้งในห้องน้ำของเราได้  โดยทำการวัดพื้นที่รวมและระยะในการเปิดประตู ต่อด้วยดูตำแหน่งของท่อระบายน้ำว่าสามารถเชื่อมต่อกับอ่างในรูปแบบที่เลือกได้หรือไม่ การวางระบบน้ำเข้าต้องอยู่ในจุดใด เหล่านี้ต้องเช็คให้ละเอียดก่อนทำการสั่งซื้อ  การติดตั้งพิเศษหรือไม่ ? …      ถ้าเป็นอ่างแบบมีระบบไฟฟ้า เช่นอ่างอาบน้ำแบบ Whirlpool ต่างๆ เหล่านี้ต้องวางแผนการติดตั้งให้เรียบร้อย ต้องดูเรื่องของระบบปั๊ม, air switch, electric timer บางรุ่นมีปั๊มติดกับตัวอ่างมาด้วย บางรุ่นใช้รีโมท ซึ่งทำให้การติดตั้งต้องมีการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าต่างๆ หากมีเรื่องของไฟฟ้าแล้วควรมีการเดินสายดินให้ลึกลงไปอย่างน้อย 5 เมตรด้วย เพื่อความปลอดภัย     โครงสร้างแข็งแรง พอที่จะรับน้ำหนัก? …     อ่างอาบน้ำแต่ละชนิดวัสดุจะมีน้ำหนักที่ต่างกัน อย่างพลาสสติกก็จะมีน้ำหนักอ่างเปล่าประมาณ 22 กิโลกรัม อ่างที่เป็นพวกทองเหลือง ก็จะหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม ก่อนการติดตั้งต้องแน่ใจว่าพื้นที่และโครงสร้างสามารถรองรับน้ำหนักของอ่างที่บรรจุน้ำและคนได้โดยไม่ถล่มลงมา หรือหากเลือกอ่างที่มีน้ำหนักมาก แต่ไม่แน่ใจเรื่องโครงสร้าง ก็ต้องทำการเสริมโครงสร้างก่อนทำการติดตั้ง    อ่างที่เลือกสบายจริงหรือ?...     ไม่มีอะไรจะบอกได้ว่าอ่างที่เราเลือกจะให้ความสบายได้ถูกใจ หากไม่ลองทดสอบเสมือนการใช้จริง ในการเลือกจึงต้องลงไปนั่ง ขยับตัว ลุกนั่ง เพื่อให้รู้ว่ารูปแบบของอ่างแต่ละแบบๆใดที่จะให้ความสบายที่สุด อย่าได้เขินอาย เพราะการได้ทดลองจะทำให้การตัดสินใจทำได้ง่ายและไม่ผิดพลาด  Bathtubs Material  Plastic : เป็นอ่างไฟเบอร์กลาสหรืออะคริลิค มีหลายรูปทรง น้ำหนักเบา แต่เป็นรอยง่าย Enameled steel : อ่างเซรามิคเคลือบ enamel เก็บความร้อนและความเย็นได้ดีแต่น้ำหนักจะมากกว่าพลาสสติถึง 2 เท่า  Cast-iron : วัสดุเป็นเหล็กเคลือบ enamel เป็นรอยง่ายหากมีการเคลือบ แต่อ่างเหล็กจะเก็บความร้อนของน้ำได้ยาวนาน ในการเลือกใช้ก็ต้องวางโครงสร้างห้องน้ำให้สามารถรับน้ำหนักได้ Cast-Polymer : คล้ายหินอ่อนหรือหินแกรนิต ทำสีได้หลากหลาย แต่ใช้ไปนานเจลที่เคลือบผิวหน้าอาจแตกลายงา  Proprietary Composites : มีส่วนผสมของเซรามิค enamel และเรซิ่น ทำให้ได้คุณภาพเหมือนอ่างเหล็กและน้ำหนักเบากว่าถึงครึ่งหนึ่ง   
  • Home Guru
    อาจดูเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับการจะซื้อตู้เย็น แต่จริงๆ ก็ไม่ใช่แค่การเลือกแบบที่สวยๆ เท่านั้น ก่อนตัดสินใจเลือกตู้เย็นสักหลัง ต้องมองให้รอบด้วยว่า คุณภา
  • Home Guru
    ยุคนี้อะไรๆ ก็ต้องประหยัด ยิ่งเรื่องพลังงานยิ่งต้องประหยัดแล้วเลือกใช้อย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบไหน ต้องใส่ใจทั้งรูปลักษณ์ คุณสมบัติ สำค
  • Home Guru
    ไม่ยากเลยหากห้องครัวสวยๆ จะมาจากฝีมือของคุณเอง ด้วยการเลือกสรรแบบสำเร็จรูป บวกความทันสมัยของอุปกรณ์ต่างๆ แล้วจัดวางในตำแหน่งท่ีเหมาะพร้อมใช้ แล้วคุณก็