We Recommend

Promotions

  • ปรับแสงสว่างได้ดั่งใจ รองรับทุกอารมณ์ กับโคมไฟ LED ที่โฮมโปร
  • ลดกระหน่ำ....รับหน้าฝนกับหลากสินค้าที่คัดสรรเพื่อบ้านคุณ
  • สัมผัสทุกความมหัศจรรย์คมชัด สมจริง ด้วยมือคุณ

Shopping Online

Home Guru
  LED มีประสิทธิภาพการให้พลังงานแสงสว่างที่ระดับสูงถึง 80-120 ลูเมน/วัตต์ ยิ่งไปกว่านั้น LED ก้าวหน้าเร็วมาก ทำให้มีแนวโน้มว่าจะมีประสิทธิภาพเหนือกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์ในอนาคตอันใกล้ LED ไม่มีผลกระทบ หรือกระทบน้อยกว่าต่อสิ่งแวดล้อม จึงไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ และไม่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก ขณะที่หลอดฟลูออเรสเซนต์จะมีผลกระทบมากกว่าเพราะภายในบรรจุไอของปรอท LED สามารถควบคุมคุณภาพของแสงให้ปล่อยออกมาได้  จึงนำไปใช้ประโยชน์ในการให้แสงสว่างได้เต็มความสามารถ LED ไม่มีการพร่า หรือการสั่นกระพริบของแสง จึงสบายตาเพราะสายตาของมนุษย์สามารถมองเห็นการกระพริบถี่ๆ อยู่ตลอดเวลาของหลอดไฟแบบเดิม LED ไม่ต้องใช้บัลลาสต์ และสตัทเตอร์ ซึ่งนอกจากจะไม่ต้องเปลืองเงินซื้อทั้งบัลลาสต์ และสตัทเตอร์ แล้วยังประหยัดไฟจากการใช้บัลลาสต์ถึงประมาณ 8-10 W แสงสว่างที่เกิดจากหลอดไฟ LED นั้นปราศจากรังสี UV ที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ และไม่ทำให้สีของวัตถุ ภาพถ่าย ภาพวาด ภาพเขียน เสียหายหรือเสื่อมลง LED ปล่อยความร้อนออกมาน้อยมาก ทำให้อาคารลดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าในส่วนเครื่องปรับอากาศ แอร์ทำงานน้อยลง ทำให้ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าในทางอ้อม อายุการใช้งานของหลอด LED ยาวนาน50,000-100,000 ชั่วโมง หรือ 11 ปี เปรียบเทียบกับหลอดฟลูออเรสเซนต์ซึ่งมีอายุใช้งาน 30,000 ชั่วโมง หรือหลอดไฟฟ้าแบบขดลวดที่มีอายุใช้งานเพียง 1,000 – 2,000 ชั่วโมง สุดยอดขนาดนี้ต้องหันมาเปลี่ยนใช้หลอดไฟ LED กันแล้วละครับ
Home Guru
ขั้นตอนที่ 1 ทดสอบมิเตอร์ไฟฟ้า ทดสอบโดยการปิดไฟทุกจุด รวมทั้งถอดปลั๊ก แล้วออกไปดูมิเตอร์ที่หน้าบ้านว่ายังหมุนอยู่หรือเปล่า หากยังหมุนแสดงว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วให้ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าเช่น เครื่องตัดไฟ ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบสายไฟ รอยเปื่อย กรอบของสายไฟที่อาจจะเก่าหรือแมลง , หนูกัดจนสายขาดยุ่ย ลองใช้ไขควงเช็คไฟดูในจุดที่สงสัย จุดที่ตรวจตามผนัง และที่สามารถเกิดเพดานได้ควรขึ้นไปดู(เตรียมไฟฉาย) ขึ้นไปตรวจสอบ อาจมีน้ำจากหลังคาหยดมาใส่ทำให้สายไฟชื้น สังเกตุคราบน้ำที่หยดลงมา ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบแผงไฟ สังเกตสภาพโดยรอบ ไม่มีรอยแตกของอุปกรณ์ คัตเอาท์ เบรคเกอร์ยังทำงานอยู่หรือไม่ ทดลองกดทดสอบเครื่องตัดไฟ ไม่มีมดแมลงเข้าไปทำรัง ควรอยู่ในที่สูงไม่มีความชื้น ขั้นตอนที่ 4 เต้ารับต้องไม่แตกร้าว อยู่ที่สูงพ้นมือเด็ก และกรณีพื้นชื้น , น้ำท่วม ทดสอบนำเต้าเสียบลองดูว่าแน่นและมีไฟทุกเต้าเสียบ ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น พัดลม , หม้อหุงข้าว , กระติกน้ำร้อน , เครื่องซักผ้า ควรตรวจสอบดังนี้ ปลั๊กเสียบ สมบูรณ์ไม่มีรอยไหม้หรือละลาย เพราะความร้อน ,สายไฟไม่ยุ่ย , ขาด , กรอบ ฟังเสียงตอนเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์ เช่น พัดลม ตู้เย็น ว่ามีเสียงผิดปกติอะไรบ้าง ขั้นตอนที่ 6 ใช้ไขควงเช็คไฟ ตรวจสอบว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วหรือไม่โดยการแตะลงบนอุปกรณ์ที่เสียบปลั๊กไว้ถ้ามีไฟแดงแสดงว่ามีกระแสไฟรั่ว เครื่องไฟฟ้าที่ต้องใช้น้ำหรืออยู่ในบริเวณชื้นตลอด เช่น เครื่องซักผ้า , เครื่องทำน้ำอุ่น , ปั๊มน้ำ ควรมีสายดินต่อลงพื้นถ้าไม่มีควรต่อให้เรียบร้อยป้องกันการรั่ว , ลัดวงจร และหมั่นตรวจสอบการทำงานของสายดินด้วย
Home Guru
     นอกจากนี้การทำงานของโคมไฟบางประเภทถูกออกแบบมาเพื่อเป็นตัวส่งเสริมส่วนอื่นๆ ของห้องให้มีความโดดเด่นออกมา เช่น โคมไฟสาดผนัง มีวัตถุประสงค์ในการส่องเพื่อช่วยให้พื้นผิวของผนังห้องสวย ๆ โดดเด่นออกมาดังงานศิลปะ เป็นต้น เราสามารถแยกประเภทของโคมไฟออกมาได้คร่าว ๆ ดังนี้      โคมไฟส่องสว่างทั่วไป ( AMBIENT LIGHT )  นิยมใช้เป็นโคมไฟดาวน์ไลท์เป็นส่วนใหญ่ โดยทั่วไปจะใช้ในห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่น จะติดตั้งโคมไฟในระยะห่างกันประมาณไม่เกิน 2.40 เมตร และต้องเป็นชนิดที่ให้แสงสว่างสม่ำเสมอ      โคมไฟชนิดตั้งพื้น (TORCHIERE) เป็นโคมไฟที่ให้แสงนุ่มนวลสม่ำเสมอ เหมาะสมกับพื้นที่ที่จะให้ความสว่างไม่เกิน 35ตารางเมตร      โคมตั้งโต๊ะชนิดตกแต่ง (DECORATIVE TABLE LAMP)  โดยส่วนใหญ่มักจะนำมาตกแต่ง มากกว่าที่จะใช้งานให้แสงสว่างจึงค่อนข้างมีรูปแบบหลากหลาย      โคมไฟห้อย (CHANDELIER)  ใช้สำหรับส่องเฉพาะเจาะจงบนพื้นที่เพื่อสร้างให้เกิดความรู้สึกเป็นที่รวมกลุ่มของคน มักใช้ในห้องรับประทานอาหารหรือบริเวณเหนือชานพักบันได หรือบริเวณโถงทางเข้า      โคมไฟโต๊ะทำงาน (TASK LIGTH)  เป็นโคมไฟที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานบนโต๊ะทำงาน จึงต้องสามารถปรับมุมหรือทิศทางได้ง่าย และสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายช่วยลดแสงสะท้อนจากโคมไฟชนิดอื่น ๆ ภายในห้องได้อีกด้วย      โคมไฟชนิดราง (TRACK LIGHT) เป็นโคมไฟที่เหมาะกับการส่องวัตถุหรือรูปภาพที่มักจะไม่อยู่ในตำแหน่งที่แน่นอนตายตัว สามารถขยับหรือเลื่อนดวงโคมให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการได้ง่าย สำหรับการติดตั้งบนฝ้าเพดานที่มีความสูง 2.40 – 2.70 เมตร ควรจะติดตั้งให้ห่างจากผนังประมาณ 45 เซนติเมตร            ไฟซ่อนในตู้ (NICHES) โคมไฟชนิดนี้ควรติดตั้งไว้ในชั้นบนสุดของตู้ และควรใช้กับชั้นที่ทำด้วยกระจก เพื่อที่แสงสว่างจากโคมไฟจะได้ส่องลงมาถึงส่วนล่างของตู้      โคมไฟส่องผนัง (WALL WASHING) โคมไฟชนิดนี้มีจุดประสงค์ในการใช้อยู่ 3 ประการคือ ใช้เพื่อให้แสงสว่างแก่รูปภาพ ใช้ติดผนังที่มีการตกแต่งพื้นผิวและใช้สาดผนังทั่วไปเพื่อให้ความรู้สึกว่าห้องกว้างขึ้น โคมไฟที่ใช้เป็นไฟส่องต้องเป็นชนิดที่ให้แสงสว่างสม่ำเสมอและควรวางห่างจากผนัง 0.45 ถึง 0.60 เซนติเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับของผนังด้วย      โคมไฟสาดผนัง (GRAZING) การให้แสงสว่างอย่างถูกต้องกับผนังสามารถทำให้ผนังเปรียบเสมือนงานศิลปะในตัวเองโดยเฉพาะถ้าผนังที่มีพื้นผิว (TEXTURE) สวย ๆ ควรจะติดตั้งโคมไฟสาดผนังให้อยู่ห่างจากผนังประมาณ 0.30 เมตร และดวงโคมให้จัดวางห่างกันประมาณ 0.30 ถึง 0.60 เมตร ที่โฮมโปร มีโคมไฟหลากหลายชนิดให้เลือก พร้อมหลอดไฟ LED ที่ช่วยให้คุณประหยัดการใช้งาน มาชมกันได้ที่โฮมโปร ทุกสาขา …ครบทุกความต้องการเรื่องไฟ

Promotion

รายละเอียด: 

Product

Electrolux  เครื่องซัก - อบผ้า รุ่น EWW12932      เครื่องซักผ้ารุ่น EWW12932 ได้รับการออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพเหนือระดับทั่วไป โดยมาพร้อมกับความจุการซัก/ การอบแห้งขนาด 9/6 กก. ความเร็วในการปั่นหมาดสูงสุด 1000 รอบต่อนาที HiFi knob หน้าจอ LCD พร้อมระบบสัมผัส คุณสมบัติเด่น Jet spray      ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของน้ำผ่านเสื้อผ้าเพื่อให้ได้ผลลัพธ์สมบูรณ์ในการซักผ้าโดยใช้น้ำน้อยลง Refresh Cycle      คุณสมบัติพิเศษที่ไม่เหมือนใครที่ช่วยให้ความสดชื่นแก่เสื้อผ้าด้วย Vapor Action ให้เสื้อผ้านุ่มและมีกลิ่นหอม Vapour Action     Electrolux Vapour Action ช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ที่ติดมาพร้อมผ้าได้ถึง 99% พร้อมกับเพิ่มความนุ่มนวลแก่เนื้อผ้าเพื่อผ้าสะอาดสีสันสดใสยิ่งขึ้น X-tra Wide Door     ช่วยให้คุณสามารถนำผ้าเข้าออกเครื่องได้ง่ายดายยิ่งขึ้น Electrolux  เครื่องซัก - อบผ้า รุ่น EWW12932    - ความจุ 9 กก. / อบ 6 กก.    - 1200W    - ระบบ Inverter ปกติ 49,900.-  พิเศษ 34,900.- (บัตรเครดิตธนาคารกรุงศรี ลดเพิ่ม 15% และผ่อน 0% นาน 4 เดือน) SAMSUNG เครื่องซักผ้า รุ่น WA11J5730SW/ST Activ dualwash      ซักรอยเปื้อนอย่างง่ายดาย ระบบ activ dualwash ประกอบด้วยซิงค์สำหรับการซักผ้าด้วยมือและการแช่ผ้าสกปรกมากได้อย่างง่ายดาย มีที่ฉีดน้ำซึ่งควบคุมด้วยปุ่มกด Magic Dispenser      ละลายผงซักฟอกเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการซัก ช่องจ่ายผงซักฟอกที่ออกแบบเป็นพิเศษทำให้คุณหมดกังวลเรื่องผงซักฟอกที่หลงเหลือ ด้วยกระแสน้ำหมุนวนที่ทรงพลัง ซึ่งจะละลายผงซักฟอกและกระจายอย่างสม่ำเสมอก่อนที่รอบการซักจะเริ่มต้น Wobble      ลดปัญหาผ้าพันกัน มอบการดูแลที่มากกว่า เทคโนโลยี Wobble ถนอมเนื้อผ้าอย่างอ่อนโยน โดยไม่บั่นทอนประสิทธิภาพในการซัก แกนซัก Wobble จะสร้างกระแสน้ำหลายทิศทาง เพื่อป้องกันการพันกันของผ้า และเพิ่มประสิทธิภาพในการซัก Magic Filter      กรองอย่างมีประสิทธิภาพ ทำความสะอาดอย่างง่ายดาย Magic Filter รวบรวมเส้นใยผ้า ปุยผ้า และเศษผงต่างๆ ที่หลุดออกมาจากเสื้อผ้าของคุณ เสื้อผ้าที่ซักเสร็จจึงสะอาดหมดจด และป้องกันการอุดตันที่ท่อระบายน้ำ ทั้งยังทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย Digital Inverter      ทำงานอย่างชาญฉลาด ทนทาน และไว้ใจได้ เทคโนโลยี Digital Inverter ช่วยประหยัดพลังงาน ลดเสียงรบกวน รักษาประสิทธิภาพอย่างยาวนาน* ใช้แม่เหล็กที่ทรงพลัง จึงเงียบกว่า เปี่ยมด้วยสมรรถนะ ใช้พลังงานน้อยกว่า และทนทานอย่างเหนือชั้น SAMSUNG เครื่องซักผ้า รุ่น WA11J5730SW/ST   - ความจุ 9 กก. รับฟรีของสมนาคุณ มูลค่า 1,200.- พิเศษ 12,990.- TOSHIBA เครื่องซักผ้า รุ่น AW-DC1300WT(W) ปฏิวัติการซักด้วย...เทคโนโลยีกระแสน้ำวนรูปแบบใหม่ Mega Power Wash ทนแกร่ง แรงกว่าด้วย S-DD Inverter นวัตกรรมใหม่แห่งเทคโนโลยี Motor Circular Intake ดึงอากาศให้เข้าสู่ตัวถังได้ทุกทิศทาง ผ้าจึงแห้งเร็วยิ่งขึ้น Cassette Lint Filter ฟิลเตอร์ดีไซน์ใหม่แบบกล่อง กรองสิ่งสกปรกได้ทุกระดับน้ำ ทนทาน ทำความสะอาดง่ายและใช้งานได้นาน ประหยัดการใช้น้ำได้สูงสุด สามารถปรับระดับการซักได้เองในปริมาณน้ำ 12 ลิตร ระบบป้องกันเด็ก เพื่อป้องกันอันตรายจากการใช้งาน TOSHIBA เครื่องซักผ้า รุ่น AW-DC1300WT(W)   - ความจุ 12 กก.   - ระบบ Inverter คะแนนโฮมการ์ด 9,600 คะแนน แลกรับส่วนลด 1,200.- พิเศษ 14,990.- (ผ่อน 0% นาน 6 เดือน)
รายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมทริป "กินลม ชมส้วม(ใหม่) ของหนู" ฟรีตลอดทริป 1. คุณอนันต์ สุธรรมวงศ์                                  10003530xx 2. คุณพัทยา สาแก้ว                                        10228610xx 3. คุณภูมิ เพ็ชรปาน                                        10289706xx 4. คุณพนัชปวัน สายสุวรรณ                              10033514xx 5. คุณโสภณฆ์ คงสมลาภ                                  10024246xx 6. คุณกังวาล ศรีรัตนสมบูรณ์                             10202599xx  7. คุณพรชัย วุฒิกมลชัย                                  10071585xx 8. คุณประธาน อุดมทรัพย์วงศ์                             10037786xx 9. คุณชัยวัฒน์  ตั้งสุรกิจ                                  10004953xx 10. คุณสุภาวดี หิรัญบูรณะ                                10006649xx 11. คุณวันเพ็ญ  ทรรศนีย์พงษ์                            10006390xx 12. คุณไพโรจน์  งามวินิจสกุล                             10006641xx 13. คุณแสงชัย  ธงชัยกุลฤทธิ์                             10006621xx 14. คุณกันยากร  ผิวผ่อง                                 10014048xx 15. คุณอนันต์  ชัยชาญวัฒนานุกูล                        10001190xx 16. คุณวิโรจน์  สินทวีวงศ์                                 10001400xx 17. คุณนงลักษณ์  อิศรเสนา ณ อยุธยา                  10001439xx 18. คุณปาลิตา  ฐิตตะคุโน                                  10006683xx 19. คุณสมชัย  ชัยรัตนมโนกร                             10012959xx 20. คุณมนูญ  ราชวัฒน์                                   10011490xx
Home Guru
1. พื้นห้องครัว ควรทำการกวาดทุกวัน เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรค 2. บริเวณท้อปเคาน์เตอร์ที่ใช้ในการประกอบอาหาร ควรทำความสะอาดเช็ดถูทุกวัน ด้วยการใช้ฟองน้ำและน้ำยาล้างจานเช็ดล้างคราบสกปรก แล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดให้สะอาด หากมีคราบหนักติดฝังแน่น อาจใช้น้ำยาทำความสะอาดสำหรับห้องครัว โดยเลือกชนิดที่เหมาะกับพื้นผิว 3. อ่างล้างจาน ควรทำการล้างทุกวัน แต่หากมีคราบติดแน่น ไม่สามารถล้างออกได้ด้วยน้ำเปล่า สามารถใช้เบกกิ้งโซดาโรยให้ทั่วอ่าง แล้วนำแปรงสีฟันเก่ามาขัดถูทุกซอกทุกมุม หรือจะใช้วิธีธรรมชาติ ด้วยการโรยเกลือลงไปในอ่างก่อน แล้วใช้เปลือกมะนาวถูให้เกลี้ยง จากนั้นทำการล้างออก เพียงแค่นี้ก็ช่วยให้อ่างล้างจานสะอาดใสกิ๊งเหมือนใหม่ได้แล้ว 4. บริเวณหัวเตา ไม่ว่าจะเป็นเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้า มักจะมีคราบอาหารหรือเศษอาหารตกค้างอยู่เสมอ ควรถอดส่วนประกอบของเตาออกมาทำความสะอาดบ้าง ด้วยการใช้น้ำล้างจานผสมน้ำอุ่นและฟองน้ำขัด สำหรับหัวเตา ควรใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาดๆ เช็ดเศษสกปรกที่ตกค้างให้หมดไป 5. สำหรับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า อย่างไมโครเวฟ สามารถทำความสะอาดด้วยการใช้น้ำเปล่าผสมน้ำมะนาวและเปลือก นำไปอบประมาณ 3 นาที แล้วทิ้งไว้ในไมโครเวฟ 5 นาที เพื่อให้ไอน้ำมะนาวกัดคราบอาหารที่ติดแน่นอยู่ ช่วยให้ง่ายต่อการเช็ดออก 6. เตาอบอาหารก็เช่นกัน ควรถอดตะแกรงออกมาทำความสะอาดด้วยการแช่ในน้ำอุ่นผสมน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจาน 1-2 ชั่วโมง แล้วใช้ฟองน้ำขัด ก่อนนำไปตากลมให้แห้ง ส่วนภายในตู้อบ ให้ใช้เบกกิ้งโซดาผสมน้ำเปล่าอย่างเข้มข้น ขัดให้ทั่วแล้วทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นแซะพวกก้อนแข็งๆ ที่ติดค้างอยู่ออกให้หมด แล้วจึงใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดให้สะอาด 7. สำหรับตู้เย็น เริ่มทำความสะอาดด้วยการถอดชิ้นส่วนต่างๆ ออกมาล้างด้วยน้ำยาล้างจาน แล้วนำไปผึ่งให้แห้ง จากนั้นใช้ฟองน้ำชุบน้ำยาที่มีส่วนผสมของเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำ ¼ ถ้วยตวง เช็ดภายในตู้เย็นให้ทั่ว แล้วจึงใช้ฟองน้ำชุบน้ำสะอาดเช็ดออกให้เกลี้ยง ส่วนคราบสกปรกที่ฝังแน่น ให้ใช้น้ำอุ่นผสมกับแอมโมเนียในอัตราน้ำ 4 ส่วนต่อแอมโมเนีย 1 ส่วน นำชิ้นส่วนที่ฝังแน่นมาแช่ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วจึงขัดด้วยฟองน้ำ บทความโดย HOO DIY  
Home Guru
เคล็ดลับในการเลือกซื้อเตาอบ        ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับประเภทของเตาอบเสียก่อน ครอบครัวสมัยใหม่อาจจะคุ้นเคยกับเตาอบไฟฟ้ากันเป็นอย่างดี แต่นอกจากเตาอบไฟฟ้าแล้ว ยังมีเตาอบอีกหนึ่งประเภทที่แม่บ้านบางคนก็ชอบใช้อยู่เหมือนกัน นั่นก็คือ เตาอบแก๊ส   เตาอบแก๊ส เตาอบประเภทนี้มีหัวแก๊สด้านบน และเตาอบด้านล่าง โดยหัวเตาแก๊สด้านบนจะมีไว้ปรับความแรงของเปลวไฟ และมีหัวปรับตั้งอุณหภูมิของเตาอบ การใช้งานต้องอาศัยความชำนาญเพราะควบคุมอุณหภูมิได้ยาก เนื่องจากความร้อนไม่ได้มาจากทุกทิศทางเหมือนกับเตาอบไฟฟ้า เวลาอบมักจะไหม้ด้านล่างหรือด้านบนก่อน ปัจจุบันเตาอบแก๊สจะมีรุ่นที่มีพัดลมอยู่ด้วย ช่วยให้อุณหภูมิสม่ำเสมอมากขึ้น เหมาะสำหรับอบเค้ก ขนมในพิมพ์ และอาหารทั่วไป แม้เตาอบแก๊สจะมีราคาถูกและประหยัดพลังงานมากกว่า แต่ก็มีขนาดใหญ่ ทำให้เปลืองพื้นที่ในการติดตั้ง                     MEX เตาแก๊ส รุ่น MC467X      Tenco เตาแก๊ส รุ่น FS 6040 EE เตาอบไฟฟ้า นับเป็นเตาอบยอดฮิตที่ครองใจแม่บ้านยุคใหม่ได้อย่างเหนียวแน่นทีเดียว เด่นที่การใช้งานง่าย และสามารถตั้งอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ แต่จะมีการกินพลังงานไฟฟ้ามาก เนื่องจากจะมีขดลวดความร้อนที่ให้ความร้อนแผ่ออกมาจากหลายๆ ด้านของเตา สำหรับเตาอบไฟฟ้าจะมีให้เลือกหลายขนาด ทั้งเล็ก กลาง และใหญ่ มีระดับอุณหภูมิที่ค่อนข้างเสถียร ทำให้อบอาหารออกมาได้สวยงามและรวดเร็วกว่าเตาอบแบบแก๊ส อีกทั้งยังมีขนาดเครื่องเล็กกว่า ทำให้ประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง ดูแลรักษาง่าย และอายุการใช้งานยาวนานกว่า ส่วนข้อจำกัดนอกจากการสิ้นเปลืองพลังงานแล้ว ยังต้องอาศัยการเดินสายไฟและระบบเบรกเกอร์ที่ดีด้วย                       Electrolux เตาอบฝัง รุ่น EOB2200BOX    MEX เตาอบฝัง รุ่น TM615X-1 (Exclusive @HomePro) ข้อควรคำนึงในการเลือกซื้อ 1. ควรเลือกขนาดของเตาอบและราคาที่เหมาะกับงบประมาณ รวมถึงวัตถุประสงค์ในการใช้งาน 2. มีระบบการใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก และไม่ซับซ้อน ปัจจุบันมีการเพิ่มฟังก์ชั่นเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน เช่น การควบคุมการทำงานด้วยระบบสัมผัสพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลแบบ LCD สามารถปรับความร้อนได้หลายระดับ ตั้งเวลาทำอาหารได้ รวมไปถึงเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีมากขึ้น เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก 3. ควรเป็นเตาอบที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้คงที่ มีความเสถียรและมีเทอร์โมแสตทสำหรับควบคุมอุณหภูมิ 4. เตาอบที่ดีต้องทำความร้อนได้ตั้งแต่ 0-280 องศาเซลเซียสซึ่งสามารถทำอาหารประเภทอบบางอย่างได้ดีขึ้น 5. ผลิตจากวัสดุทนทานได้มาตรฐาน ประตูกระจกของเตาอบต้องมี 2 ชั้นขึ้นไปเพื่อกันความร้อนสูงแผ่ออกมา 6. มีสายดิน หรือระบบป้องกันอันตราย 7. มีใบรับประกันสินค้า และควรเลือกซื้อจากบริษัทผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายภายในประเทศสะดวกต่อการซ่อมบำรุง บทความโดย HOO DIY  
  • Home Guru
    หลอดไฟ LED ซึ่งเป็นฉลากเบอร์ 5 ที่ได้รับความสนใจมากในปีนี้ เพราะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้า และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน แต่ข้อดีของ LED
  • Home Guru
    ควรหมั่นตรวจสอบ วัสดุ อุปกรณ์ หรือแม้แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ควรดูแล ตรวจสอบและแก้ไขเบื้องต้นด้วยตัวเองจะช่วยให้ประหยัดค่ากระ
  • Home Guru
    ในปัจจุบันได้มีการออกแบบโคมไฟออกมาขายตามท้องตลาดทั่วไปในหลากหลายรูปแบบและหลากหลายประเภทของการใช้งาน ดังนั้นโคมไฟประเภทต่าง ๆ ในวันนี้จึงเปรียบเสมือนเฟ
  • Home Guru
    หลอดไฟ LED ซึ่งเป็นฉลากเบอร์ 5 ที่ได้รับความสนใจมากในปีนี้ เพราะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้า และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน แต่ข้อดีของ
  • Home Guru
    ควรหมั่นตรวจสอบ วัสดุ อุปกรณ์ หรือแม้แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ควรดูแล ตรวจสอบและแก้ไขเบื้องต้นด้วยตัวเองจะ
  • Home Guru
    ในปัจจุบันได้มีการออกแบบโคมไฟออกมาขายตามท้องตลาดทั่วไปในหลากหลายรูปแบบและหลากหลายประเภทของการใช้งาน ดังนั้นโคมไฟประเภทต่าง ๆ ในวัน