นักลงทุนสัมพันธ์ ที่ตั้งสาขา เสนอขายสินค้ากับโฮมโปร
   
สินค้าแนะนำ Home Service Home Card Order Tracking    
0
เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก
My HomePro
ความรู้คู่บ้าน
ทั้งหมด | ห้องน้ำ | ห้องครัว | ห้องนั่งเล่น & ห้องนอน | ความรู้อื่นๆ
อบผ้าหน้าฝน หอมแห้งดี ไม่ต้องง้อแดด
แน่นอนล่ะว่า เมื่อหน้าฝนมาแดดก็หาย ซักผ้าแต่ละทีรอแดดกันเป็นวันๆ แถมยังต้องคำนวณดีๆ อีกว่าวันนี้ฝนจะตกมั้ย ผ้าที่ปั่นอยู่เต็มถังจะแห้งกี่โมงกัน จะเสร็จทันก่อนแดดหมดมั้ย...การมีเครื่องอบผ้าไว้คู่กับเครื่องซักผ้าจึงเป็นตัวเลือกที่จำเป็นสำหรับคนยุคนี้เลยก็ว่าได้

ทำไมเมืองร้อน เมืองแดด ต้องใช้เครื่องอบผ้า

จริงๆ แล้ว คนไทยเราส่วนใหญ่ก็ยังไม่ชินกับการใช้เครื่องอบผ้า เพราะความเข้าใจที่ว่ามีแดดก็ตากแดดก็ได้ อบทำไม? แต่คุณรู้มั้ย จริงๆ แล้วการใช้เครื่องอบผ้าไม่เพียงแค่ความสะดวกและประหยัดเวลาเท่านั้นนะ แต่การใช้เครื่องอบผ้ายังได้ประโยชน์ในเรื่องความสะอาดของผ้าที่ไม่ต้องเจอกับพวกไรฝุ่น หรือฝุ่นผงละอองในอากาศ ผ้าจะปราศจากกลิ่นอับ เนื้อผ้าพวกผ้าขนหนูที่อบแล้วจะมีความนุ่มฟูมากกว่า และยิ่งสำหรับชีวิตคอนโดด้วยแล้วการใช้เครื่องอบผ้านั้นนำพามาซึ้งความสะดวกโดยแท้ ไม่ต้องวุ่นวายกับการหาราวตากผ้าให้พอดีกับระเบียงอันน้อยนิด เพราะเมื่ออบผ้าเสร็จเราก็สามารถเอามาออกมาพับเก็บโดยไม่ต้องรีดสำหรับผ้าบางชนิดอย่าง เสื้อยืด เป็นต้น



เครื่องอบผ้ามีกี่แบบ ใช้ความจุเท่าไรดี

เครื่องอบผ้าส่วนใหญ่ มีความจุตั้งแต่ 6kg, 7kg, 8kg, 9kg, 10.5kg ซึ่งเราควรเลือกให้ความจุสัมพันธ์กับความจุของเครื่องซักผ้า เพราะเมื่อเวลาซักเสร็จแล้วก็จะสามารถนำใส่ถังอบได้ในความจุที่พอดีกัน คราวนี้มาดูว่าเครื่องอบผ้าแบบไหนที่เหมาะกับเรา

   1 แบบลมร้อน (Venting) ใช้ลมร้อนทำให้ผ้าแห้ง  ซึ่งทำงานแบบพื้นฐานคือเป่าลมร้อนแล้วปล่อยออก ทำให้ผ้าแห้งสนิท ซึ่งระบบนี้ต้องใช้ที่ระบายลมออกจากเครื่องสู่อากาศภายนอก มีให้เลือกทั้งแบบตั้งเวลาเองและแบบออโต้เครื่องจะหยุดการทำงานเองเมื่อผ้าหมดความชื้น เครื่องอบผ้าแบบนี้ต้องมีการต่อท่อระบายลมร้อนด้วย จึงเหมาะกับการใช้ที่บ้านมากกว่าคอนโด

   2 แบบควบแน่น (Condensing) ใช้ระบบการดึงความชื้นออกจากผ้า  แบบนี้เหมาะกับสถานที่ ๆ ไม่สะดวกในการต่อท่อระบายลมร้อนออก ทำงานด้วยลมร้อนเช่นกัน ต่างกันตรงมีการควบแน่นความชื้นไปเก็บไว้ภายในภาชนะบรรจุน้ำในเครื่องแล้วเทน้ำออกภายหลัง ส่วนลมร้อนจะถูกลดความร้อนผ่านครีบโลหะเพื่อลดความร้อนก่อนปล่อยออกจากเครื่อง แบบนี้จะมีราคาสูงกว่าแบบแรก และมีข้อสังเกตว่าผ้าจะมีความชื้นเหลืออีกนิดนึงไม่ได้แห้งสนิท ต้องนำมาพึ่งลมอีกสักพัก แต่ถ้ารีดเลยก็จะทำให้รีดง่ายขึ้นเพราะผ้ายังมีความชื้นหลงเหลืออยู่


   การเลือกที่อบผ้าสองแบบนี้ขึ้นอยู่กับความสะดวกของพื้นที่การใช้สอยของที่ที่อยู่ หรืออีกแบบคือระบบ inverter ซึ่งแบบนี้จะประหยัดพลังงานได้กว่าสองแบบแรกถึง 50%


จัดวางอย่างไรให้ใช้สะดวก

วางตรงไหนให้ใช้งานได้สะดวก ต้องดูว่าบ้านเราจัดสรรพื้นที่ซักผ้าไว้อย่างไร ถ้าเป็นบ้านก็อาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่เพราะมีพื้นที่พอให้เลือกจัดวาง ทั้งแบบแบ่งเป็น Laundry Room มีทุกอย่างครบครัน ซึ่งก็ต้องมีพื้นที่คอนข้างเยอะให้พอวางทั้งเครื่องซักและอบ แต่หากเป็นแบบคอนโด การแบ่งพื้นที่สำหรับการวางเครื่องอบผ้าอาจต้องมองเรื่องความสะดวกและสวยงามไปพร้อมกัน

   วางคู่สะดวกใช้งาน :  เหมาะสำหรับบ้านเดี่ยวหรือทาวโฮม ที่มีการแบ่งพื้นที่สำหรับห้องซักรีดไว้อย่างเป็นสัดส่วน และมีพื้นที่กว้างพอสำหรับการวางแบบคู่กัน ซึ่งก็จะใช้งานได้สะดวก แล้วส่วนด้านบนก็ค่อยเพิ่มฟังก์ชั่นเป็นตู้เก็บของและราวแขวนผ้าเพิ่มประโยชน์ใช้สอยให้ครบครันขึ้น


   วางซ้อนประหยัดพื้นที่ :  แบบนี้จะช่วยเรื่องการประหยัดพื้นที่ได้ดี ใช้ได้กับทั้งแบบบ้านและคอนโด แต่ส่วนใหญ่เรามักเห็นการจัดวางเครื่องอบผ้าแบบนี้ในคอนโดหรือในบ้านที่มีการทำบิวท์อินเอาไว้ เพราะจะไม่เปลืองเนื้อที่ ซึ่งในการวางเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าซ้อนกันนั้น ต้องคำนึงถึงเรื่องการรับน้ำหนักของเครื่องซักผ้าด้วย ว่าสามารถวางซ้อนได้ที่น้ำหนักเท่าใด และที่สำคัญต้องมี Stracking Kit หรือตัวยึดระหว่างเครื่องซักและเครื่องอบให้เกิดความแน่นหนา ไม่เลื่อนหล่นลงมาระหว่างเครื่องทำงานเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน


เทคนิคอบผ้าแห้ง นุ่ม หอม

  • แยกผ้าหนา ผ้าบาง อบตามประเภทเพราะใช้เวลาในการอบไม่เท่ากัน แล้วเลือกฟังก์ชั่นถนอมผ้าไม่ใช้ความร้อนมากเกินไปจนทำลายเนื้อผ้า
    - อย่าให้ผ้าจับตัวเป็นก้อน ควรแยกเป็นชิ้นๆ เพื่อให้ความร้อนเข้าถึงผ้าได้ทั่วถึง
    - เลือกโปรแกรมให้เหมาะกับชนิดของผ้า ผ้าแบบต้องรีดหรือไม่ต้องรีด
    - ประหยัดเวลาด้วยการอบเสื้อผ้าหนาๆ ก่อน พอจวนจะแห้ง แล้วค่อยใส่เสื้อผ้าบางๆ เข้าไปอบด้วยกัน
  • ใช้ผ้าขนหนูแห้ง 1-3 ผืน ใส่รวมกับผ้าที่จะอบ จะช่วยดูดซับความชื้นจากผ้าที่เปียกให้อบแห้งได้เร็วขึ้น
  • คลายผ้ายับมากที่ลืมเอาออกจากเครื่องหลังอบเสร็จทันที ด้วยการใส่ผ้าขนหนูสะอาดที่เปียกน้ำ แล้วอบอีกรอบประมาณ 15 นาที จะช่วยคลายผ้าที่ยับได้
  • อบหมอนให้ฟูนุ่ม ด้วยการใส่ลูกเทนนิส 2-3 ลูก ในช่วง 30 นาทีสุดท้าย ลูกเทนนิสจะช่วยตีหมอนให้ฟู เพราะมีอากาศผ่านเข้าไปได้มากขึ้น
    - ใส่ถุงเครื่องหอมที่ชอบไปพร้อมกับการอบผ้า ช่วยให้ผ้ามีกลิ่นหอมยาวนานขึ้น

ก่อนตัดสินใจเลือกและก่อนใช้ เครื่องอบผ้า ต้องไม่ลืม...

    1. ตั้งงบประมาณไว้ในใจก่อน เพื่อไม่ให้งบบานปลายภายหลัง เพราะแต่ละแบบก็มีราคาต่างกัน
   2. ตำแหน่งที่ตั้ง ภายในหรือภายนอกบ้าน ต้องจัดวางแบบใด เพื่อให้จัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ได้ครบถ้วน และเลือกแบบได้เหมาะกับการใช้งาน
   3. อย่าลืมดูฉลากที่ระบุบนเสื้อผ้าด้วยว่าสามารถใช้กับเครื่องอบผ้าได้หรือไม่
   4. ระวังไม่นำเสื้อผ้าที่มีคราบน้ำมันต่างๆ ไปอบเด็ดขาด เพราะความร้อนจะทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้
   5. ทำความสะอาด filter เป็นประจำ เพื่อให้เครื่องมีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีและใช้งานได้ยาวนานขึ้น

สนใจเครื่องอบผ้า คุณสามารถเข้าไปเลือกดูสินค้าได้ที่โฮมโปร ทุกสาขา หรือช้อปออนไลน์คลิ้ก...

 
แนะนำเพิ่มเติม
 
 
Copyright 2001-2018 Home Product Center Public Company Limited. All rights reserved.