ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม ระบบน้ำ ระบบไฟ จัดการอย่างไรเมื่อน้ำลด?
" ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมผ่านไปก็ยังทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้ต่างหน้าให้เจ้าของบ้านต้องมาคอยแก้ปัญหาเรื่องบ้านกันไปอย่างไม่หยุดหย่อน "
หากใครมีประสบการณ์เจอกับน้ำท่วมบ่อย ๆ ก็อาจจะพอรับมือและเตรียมตัวได้มาก แต่หากใครเพิ่งเคยเจอกับน้ำท่วมเป็นครั้งแรกและเตรียมตัวรับมือปกป้องบ้านไม่ทัน ก็อาจจะต้องปวดหัวกับปัญหาที่จะตามมาหลังน้ำลดอีกไม่น้อย เพราะต้อง ซ่อมบ้าน รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ให้กลับมาอยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งาน โดยเฉพาะระบบน้ำ ระบบไฟ ที่เช็คพลาดอาจอันตรายถึงชีวิต ดังนั้น เพื่อช่วยให้ทุกอย่างง่ายและไวขึ้น HomeGURU จึงได้รวบรวมเทคนิคตรวจสอบระบบน้ำ และระบบไฟเพื่อ ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม มาฝากกันครับ
📑 สิ่งที่ต้องทำเมื่อต้อง ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม
การสำรวจบ้านหลังน้ำลดก่อนลงมือ ซ่อมบ้าน

🚨 1. สำรวจด้วยความระมัดระวัง
สิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรกเพื่อให้ทราบรายละเอียดว่าบ้านได้รับความเสียหายมากน้อยแค่ไหน ต้อง ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม ตรงจุดไหนบ้าง คือ การสำรวจบ้านอย่างละเอียดเสียก่อน โดยขั้นตอนการสำรวจบ้านหลังน้ำลดให้พึงระลึกไว้เสมอเลยครับว่าอาจมีพวกสัตว์เลื้อยคลาน หรือสัตว์มีพิษเข้ามาอาศัยหรือหลบอยู่ภายในบ้าน จึงควรเข้าไปสำรวจบ้านในช่วงเวลากลางวันที่มีแสงสว่างเพียงพอ พยายามสังเกตจุดที่จะสำรวจว่ามีการเคลื่อนไหวหรือไม่ ก่อนจะเดินเข้าไปสำรวจในระยะใกล้
หรือในจุดที่มีสิ่งของวางทับถมกันมาก ๆ หรือเป็นมุมอับก็อาจจะใช้ไม้ยาว ๆ ช่วยในการแหวกทางนำหน้าก่อนเดินเข้าไป นอกจากนี้ยังแนะนำให้แต่งกายมิดชิด สวมเสื้อผ้าและรองเท้าที่ช่วยปกป้องขาและเท้าได้ ในกรณีที่พบสัตว์อันตรายก็ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาช่วยจัดการ เพื่อเคลียร์ทั้งบ้านให้พร้อมก่อนซ่อมบ้าน ครับ
🚨 2. ตรวจสอบความเสียหายของรั้วบ้าน
นอกจากตัวบ้านแล้ว บริเวณรั้วบ้านก็เป็นอีกจุดที่ควรตรวจสอบหลังน้ำลด โดยให้สังเกตว่ามี รอยร้าว การทรุดตัว หรือการเอียง หรือไม่ หากพบว่ารั้วชำรุด ทรุด หรือเอียง ควรหาไม้หรือเหล็กที่สามารถรับน้ำหนักรั้วมาค้ำยันไว้ชั่วคราว แล้วติดต่อช่างเข้ามาตรวจสอบและซ่อมแซม
หากเสาและคานปูนยังอยู่ในสภาพดี สามารถทุบรื้ออิฐบล็อกส่วนที่เสียหายออกเพื่อก่อใหม่ได้ แต่หากเกิดความเสียหายหลายจุด อาจพิจารณาใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบากว่า เช่น อิฐมวลเบา (Lightweight Concrete Block) หรือเปลี่ยนจากรั้วอิฐเป็นรั้วไม้ ส่วนกรณีที่รั้วมีการทรุดหรือเอียง ควรให้ช่างประเมินและดำเนินการรื้อถอนเพื่อทำใหม่ อีกจุดที่ไม่ควรมองข้ามคือบริเวณใต้แนวกำแพงรั้ว หากพื้นดินถูกกระแสน้ำซัดจนเกิดเป็นโพรง ควรรีบจัดการแนวอิฐบล็อกและอัดดินเสริมให้แน่น เพื่อป้องกันไม่ให้ดินไหลออกไปจนกระทบกับฐานรากของรั้ว
บทความที่เกี่ยวข้อง: 10 จุดต้องระวัง เมื่อต้องดูแลบ้านหลังน้ำท่วม

การตรวจสอบและซ่อมแซมระบบไฟ

ระบบไฟฟ้า (Electrical System) เป็นหนึ่งในจุดที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษหลังน้ำลด เพราะความชื้นที่หลงเหลืออยู่ในปลั๊ก สวิตช์ หรือระบบไฟฟ้าอาจทำให้เกิดปัญหาเมื่อนำระบบกลับมาใช้งาน ดังนั้นควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนเริ่มใช้งานตามปกติ
-
01ทดสอบระบบไฟฟ้าหลังน้ำลด: หลังจากน้ำลดและทุกอย่างแห้งสนิทแล้ว จึงค่อยทดสอบระบบไฟฟ้าว่ายังใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ โดยเปิดคัตเอาต์ (Cutout) เพื่อให้กระแสไฟเข้าระบบ หากมีจุดใดที่ยังมีความชื้นอยู่ คัตเอาต์อาจตัดไฟหรือทำให้ฟิวส์ขาดได้ ในกรณีนี้ควรรอให้ความชื้นระเหยออกก่อนแล้วจึงทดสอบใหม่ หากยังพบปัญหา ควรติดต่อช่างไฟหรือผู้เชี่ยวชาญให้เข้ามาตรวจสอบ หากเปิดคัตเอาต์แล้วไม่มีปัญหา ให้ลองเปิดไฟทีละจุด รวมถึงตรวจสอบปลั๊กไฟและสวิตช์ไฟว่าทำงานตามปกติหรือไม่ หากพบจุดที่ยังมีปัญหาและไม่กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ควรให้ช่างเข้ามาตรวจสอบและเปลี่ยนปลั๊กไฟหรือสวิตช์ไฟตามความเหมาะสม นอกจากนี้สามารถตรวจสอบมิเตอร์ไฟฟ้าได้ โดยปิดไฟทุกจุดภายในบ้านและปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออก จากนั้นสังเกตว่ามิเตอร์ไฟฟ้ายังหมุนอยู่หรือไม่ หากยังหมุนอยู่ อาจมีไฟรั่วในจุดใดจุดหนึ่ง ควรติดต่อช่างไฟให้เข้ามาตรวจสอบโดยเร็ว
-
02ปรับระบบไฟเพื่อป้องกันน้ำท่วมซ้ำ: หากบ้านอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำ การซ่อมบ้านครั้งนี้อาจเป็นโอกาสในการปรับระบบไฟฟ้าให้เหมาะกับสถานการณ์ในอนาคต โดยอาจพิจารณาปรับตำแหน่งปลั๊กไฟและสวิตช์ไฟบริเวณชั้นล่างให้สูงจากพื้นประมาณ 1.10 เมตร รวมถึงแยกวงจรไฟฟ้าเป็นส่วน ๆ เช่น วงจรชั้นล่าง วงจรชั้นบน และวงจรเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้สามารถควบคุมระบบไฟฟ้าได้อย่างอิสระและสะดวกต่อการบำรุงรักษา
บทความที่เกี่ยวข้อง: ดูแลระบบไฟในบ้านหลังน้ำท่วม ต้องเช็กอะไรบ้าง? หรือหากไม่แน่ใจว่าการยกคัตเอาต์เลยจะปลอดภัยหรือไม่ สามารกอ่านเพิ่มเติมได้ที่ อย่าเพิ่งยกคัตเอาต์! 5 จุดตรวจไฟรั่วหลังน้ำลดก่อนจ่ายไฟ
✨ อุปกรณ์ระบบไฟ
การตรวจสอบและซ่อมแซมระบบน้ำ
หลังน้ำลด นอกจากระบบไฟฟ้าแล้ว ระบบน้ำ (Water System) ก็เป็นอีกส่วนที่ควรตรวจสอบ เพราะน้ำท่วมอาจทำให้ถังเก็บน้ำ ปั๊มน้ำ รางน้ำ ท่อน้ำ และบ่อพักน้ำได้รับความเสียหายหรือมีสิ่งสกปรกปะปน จึงควรตรวจสอบก่อนนำกลับมาใช้งานตามปกติ
-
01ตรวจสอบแท็งก์น้ำภายในบ้าน:
ไม่ว่าจะเป็นแท็งก์น้ำบนดินหรือแท็งก์น้ำใต้ดิน ควรตรวจสอบว่ามีความเสียหายหรือมีสิ่งสกปรกจากน้ำท่วมเข้าไปปะปนกับน้ำภายในแท็งก์หรือไม่ สำหรับแท็งก์น้ำบนดิน โดยเฉพาะแท็งก์น้ำสเตนเลส (Stainless Steel Water Tank) หากแช่น้ำเป็นเวลานานอาจเกิดปัญหาเรื่องสนิม เบื้องต้นสามารถซ่อมแซมรอยรั่วเพื่อใช้งานต่อได้ในระยะสั้น แต่หากต้องการแก้ปัญหาในระยะยาว อาจพิจารณาเปลี่ยนเป็นแท็งก์น้ำไฟเบอร์กลาส (Fiberglass Water Tank)
ส่วนแท็งก์น้ำใต้ดิน ควรตรวจสอบฝาปิดและระบบป้องกันน้ำเข้า รวมถึงล้างทำความสะอาดแท็งก์น้ำ แม้จะไม่พบรอยรั่วก็ตาม หากไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำหรือสิ่งสกปรกที่ปะปนอยู่ภายในแท็งก์ได้ ในเบื้องต้นสามารถเปิดวาล์วให้น้ำประปาจากท่อหน้าบ้านเข้ามาในบ้านโดยตรงโดยไม่ผ่านปั๊มน้ำ เพื่อใช้น้ำสะอาดเป็นการชั่วคราว
| ประเด็นการตรวจสอบ | แท็งก์น้ำบนดิน (โดยเฉพาะสเตนเลส) | แท็งก์น้ำใต้ดิน |
|---|---|---|
| ปัญหาที่มักพบหลังน้ำท่วม | เกิดปัญหาสนิมและรอยรั่วซึม หากน้ำท่วมขังเป็นเวลานานหลายเดือน | ฝาแท็งก์อาจมีระบบป้องกันไม่ดีพอ ทำให้น้ำสกปรกเล็ดลอดเข้าไปปะปนภายในแท็งก์ |
| วิธีแก้ไขเบื้องต้น (ระยะสั้น) | ซ่อมแซมด้วยการอุดรอยรั่วเพื่อใช้งานชั่วคราว (แต่มีโอกาสรั่วซึมได้อีก) | ล้างทำความสะอาดแท็งก์ หากแก้ไม่ได้ให้เปิดวาล์วต่อท่อน้ำตรงจากประปาหน้าบ้านเข้าบ้าน (ห้ามต่อผ่านปั๊มน้ำ) |
| ข้อแนะนำ (ระยะยาว) | หากมีงบประมาณ แนะนำให้เปลี่ยนเป็น แท็งก์น้ำแบบไฟเบอร์กลาส ซึ่งทนทานและไม่มีปัญหาสนิม | เมื่อน้ำลดจนกลับสู่ภาวะปกติแล้ว แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ แท็งก์น้ำบนดิน แทน |
บทความที่เกี่ยวข้อง: ถังเก็บน้ำบนดิน ซื้อแบบไหนดี? และ ถังเก็บน้ำ ยี่ห้อไหนดี ปลอดภัย หมดกังวลเรื่องคุณภาพน้ำ )
✨ อุปกรณ์ระบบน้ำ
-
02ติดต่อช่างซ่อมแซมปั๊มน้ำ: สำหรับบ้านที่มีการติดตั้งปั๊มน้ำ (Water Pump) เพื่อใช้ร่วมกับแท็งก์น้ำอยู่แล้ว ในกรณีที่น้ำท่วมปั๊มน้ำก็ให้ประเมินไว้ได้เลยว่าได้รับความเสียหายแน่นอน หากฝืนใช้งานไปอาจเกิดอันตรายจากความชื้นภายในมอเตอร์ได้ วิธีแก้ไขจึงต้องทำให้ปั๊มน้ำแห้ง ไม่มีความชื้นหลงเหลืออยู่ ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าแค่นำปั๊มน้ำมาผึ่งแดดแรง ๆ ก็น่าจะหายแล้ว แต่นั่นเป็นวิธีที่ผิดและอันตรายมากครับ เพราะความร้อนอาจทำให้ตัวมอเตอร์เกิดเพลิงไหม้ได้ วิธีที่ถูกต้องจึงต้องให้ช่างผู้เชี่ยวชาญมาซ่อมแซม หรือทำให้แห้งด้วยวิธีเฉพาะทางเทคนิคครับ
-
03จัดการกับรางน้ำ ท่อน้ำ และบ่อพักน้ำต่าง ๆ: ผลกระทบจากน้ำท่วมอีกหนึ่งสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือขยะจากทั่วทุกสารทิศ รวมทั้งโคลนตมต่าง ๆ ที่จะมาสะสมอยู่ภายในบริเวณบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นหลุมเป็นบ่ออย่างบ่อพักน้ำรอบบ้าน รางน้ำ หรือแม้แต่ภายในท่อน้ำต่าง ๆ เป็นที่มาของปัญหาท่อน้ำอุดตัน เป็นแหล่งรวมสัตว์อันตราย และกลิ่นเหม็นรบกวนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น การเคลียร์สิ่งสกปรกเหล่านี้คือให้ใช้พลั่วตักเศษขยะ และดินโคลนขึ้นมาใส่ถุงขยะ มัดปากถุงให้แน่นแล้วนำไปทิ้งที่จุดทิ้งขยะ ห้ามนำไปทิ้งตามแหล่งน้ำสาธารณะ รวมถึงห้ามฉีดไล่ขยะลงไปตามท่อระบายน้ำ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาอุดตันได้ในภายหลัง ส่วนบ่อพักน้ำที่ยังมีน้ำขังอยู่ก็สามารถใส่น้ำหมักชีวภาพลงไปเพื่อช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ครับ

บทสรุปการซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม
แน่นอนว่าสถานการณ์น้ำท่วมนั้นสร้างความเสียหายต่อบ้านทั้งหลัง ซึ่ง HomeGuru เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงทราบวิธี ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม โดยพื้นฐานกันอยู่บ้างแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือการ ซ่อมบ้าน บนพื้นฐานของความปลอดภัยต่อชีวิต อย่างการจัดการระบบน้ำ ระบบไฟ ดังที่ได้หยิบยกเทคนิคดี ๆ มาฝากกันในวันนี้ หวังว่าจะมีประโยชน์กับหลาย ๆ คนที่ต้องรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม และขอเป็นกำลังใจให้ผ่านไปได้ด้วยดีนะครับ
💡 ปรึกษาและเลือกซื้อเครื่องมือช่าง
หากใครมีปัญหาอยากปรึกษาเรื่องการซ่อมแซมบ้านเพิ่มเติม หรือกำลังมองหาเครื่องไม้เครื่องมือในการจัดการก็สามารถแวะเข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้ที่โฮมโปรสาขาใกล้บ้าน หรือเลือกชมสินค้าผ่านทางออนไลน์ได้แค่คลิก www.homepro.co.th สอบถามเพิ่มเติมได้ทาง Call Center 1284 ครับ
💬 ไขข้อสงสัยเพิ่มเติมเรื่องบ้าน
Q1: หลังน้ำลด ควรเริ่มตรวจสอบบ้านตรงไหนก่อนซ่อมบ้าน?
A: ควรเริ่มจากการสำรวจบ้านอย่างละเอียดในช่วงกลางวันที่มีแสงสว่างเพียงพอ โดยระวังสัตว์เลื้อยคลานหรือสัตว์มีพิษที่อาจเข้ามาหลบอยู่ภายในบ้าน รวมถึงตรวจสอบรั้วบ้านว่ามีรอยร้าว ทรุด เอียง หรือมีโพรงใต้แนวกำแพงจากกระแสน้ำหรือไม่ ก่อนลงมือซ่อมแซม
Q2: หลังน้ำท่วมควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าอย่างไรให้ปลอดภัย?
A: หลังจากทุกอย่างแห้งสนิท ควรทดสอบระบบไฟฟ้าโดยเปิดคัตเอาต์และตรวจสอบการทำงานของไฟ ปลั๊ก และสวิตช์ทีละจุด หากคัตเอาต์ตัดไฟ ฟิวส์ขาด หรือพบว่ามีจุดใดผิดปกติ ควรให้ช่างไฟหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ นอกจากนี้ควรตรวจสอบมิเตอร์ไฟฟ้าว่ายังหมุนอยู่หรือไม่เมื่อปิดไฟและถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด เพราะอาจเป็นสัญญาณว่ามีไฟรั่ว
Q3: แท็งก์น้ำและระบบน้ำหลังน้ำท่วมต้องตรวจสอบอะไรบ้าง?
A: ควรตรวจสอบทั้งแท็งก์น้ำบนดินและแท็งก์น้ำใต้ดินว่ามีความเสียหายหรือมีน้ำสกปรกและสิ่งสกปรกปะปนเข้ามาหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบฝาแท็งก์น้ำใต้ดินและทำความสะอาดแท็งก์น้ำ แม้จะไม่พบการรั่วซึมก็ตาม หากแท็งก์น้ำสเตนเลสมีปัญหาสนิม อาจซ่อมแซมเพื่อใช้งานระยะสั้นหรือพิจารณาเปลี่ยนเป็นแท็งก์น้ำไฟเบอร์กลาส
Q4: หากปั๊มน้ำถูกน้ำท่วม ควรทำอย่างไร?
A: ไม่ควรฝืนเปิดใช้งานหรือใช้วิธีนำปั๊มน้ำไปผึ่งแดดแรง ๆ เพราะความชื้นภายในมอเตอร์อาจทำให้เกิดอันตราย และความร้อนอาจทำให้มอเตอร์เกิดเพลิงไหม้ได้ ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือทำให้ปั๊มน้ำแห้งด้วยวิธีเฉพาะทาง
Q5: หากบ้านอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ควรปรับปรุงบ้านอย่างไรเพื่อรับมือน้ำท่วมซ้ำ?
A: ควรปรับตำแหน่งปลั๊กไฟและสวิตช์ไฟบริเวณชั้นล่างให้สูงจากพื้นประมาณ 1.10 เมตร และแยกวงจรไฟฟ้าเป็นวงจรสำหรับชั้นล่าง ชั้นบน และเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้สามารถควบคุมระบบไฟฟ้าได้อย่างอิสระและสะดวกต่อการบำรุงรักษาและซ่อมแซม
HomeGuru
สอบถามบริการเพิ่มเติมและปรึกษาเรื่องบ้านได้ที่
Call Center : 1284 หรือ Line : @homepro
#ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม #ตรวจระบบไฟ #ตรวจระบบน้ำ #HomeGuru

