ทำไมต้องใช้น้ำยากันซึม และมีเช็กลิสต์อะไรบ้างที่ต้องรู้ก่อนเลือกซื้อ?

ทำไมต้องใช้น้ำยากันซึม และมีเช็กลิสต์อะไรบ้างที่ต้องรู้ก่อนเลือกซื้อ?

ทำไมต้องใช้น้ำยากันซึม และมีเช็กลิสต์อะไรบ้างที่ต้องรู้ก่อนเลือกซื้อ?

น้ำยากันซึม คือเคมีภัณฑ์ก่อสร้างที่จำเป็นในการปกป้องโครงสร้างบ้านจากปัญหาน้ำรั่วซึมและความชื้นสะสม ซึ่งเป็นสาเหตุของเชื้อรา เหล็กเสริมโครงสร้างเป็นสนิม และปูนหลุดร่อน การใส่น้ำยาผสมกันซึมในคอนกรีตช่วยลดการซึมผ่านของน้ำได้ถึง 80-90% ส่วนการทาเคมีภัณฑ์กันซึมบนพื้นผิวจะสร้างชั้นฟิล์มที่มีความยืดหยุ่นสูงตั้งแต่ 100% ถึงกว่า 600% ช่วยปกปิดรอยแตกร้าวได้อย่างสมบูรณ์

คอนกรีตและปูนฉาบทั่วไปมีรูพรุนตามธรรมชาติจากการระเหยของน้ำในขั้นตอนเซ็ตตัว หากไม่มีการปกป้องด้วยน้ำยากันซึม น้ำและความชื้นจะซึมเข้าสู่โครงสร้างส่งผลให้เหล็กเส้นภายในเกิดสนิม ขยายตัวดันคอนกรีตจนแตกร้าว และเกิดเชื้อราสะสม การลงเคมีภัณฑ์กันซึมจึงช่วยยืดอายุโครงสร้างอาคารได้ยาวนานกว่า 10-20 ปี ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมใหญ่ในอนาคตได้มากกว่า 5 เท่า ทำความรู้จักับ น้ำยากันซึม คืออะไร? ช่วยป้องกันน้ำรั่วซึมได้อย่างไร

5 ข้อเช็กลิสต์สำคัญก่อนเลือกซื้อน้ำยากันซึมให้ตรงจุด ไม่เสียเงินฟรี

ก่อนตัดสินใจซื้อเคมีภัณฑ์กันซึมทุกครั้ง ช่างและเจ้าของบ้านควรตรวจสอบข้อกำหนด 5 ประการนี้ เพื่อให้เลือกซื้อน้ำยากันซึมได้ถูกต้องตรงสเปกและคุ้มค่าที่สุด

1. ตำแหน่งพื้นที่ใช้งาน (Indoor / Outdoor / Sub-structure)
หากเป็นพื้นที่ตากแดดตากฝน เช่น ดาดฟ้าหรือหลังคา ต้องเลือกอะคริลิกหรือโพลียูรีเทนกันซึมที่ทนรังสี UV หากเป็นพื้นที่เปียกชื้นที่ต้องปูกระเบื้องทับ เช่น ห้องน้ำหรือระเบียง ต้องเลือกซีเมนต์ทากันซึมชนิดยืดหยุ่นเท่านั้น เพื่อให้ปูนกาวปูกระเบื้องยึดเกาะได้ดี

2. สภาพพื้นผิวและระดับการขังของน้ำ (Sloped or Water Ponding)
พื้นที่ดาดฟ้าที่มีน้ำขังเป็นประจำ ต้องเลือกใช้โพลียูรีเทนกันซึม (PU) เนื่องจากทนน้ำขังได้นานโดยไม่เปื่อยร่อน ส่วนพื้นที่ที่มีความสโลปเอียงระบายน้ำได้ดี สามารถใช้อะคริลิกกันซึมเพื่อประหยัดงบประมาณได้

3. อัตราการยืดหยุ่นของเนื้อฟิล์ม (Elongation Rate)
รอยต่อโครงสร้างหรือดาดฟ้าที่มีการยืดหดตัวสูงจากความร้อน ควรเลือกเคมีภัณฑ์กันซึมที่มีค่าการยืดหยุ่นสูงกว่า 300% เช่น PU กันซึม หรือซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่นสูง เพื่อป้องกันฟิล์มฉีกขาดเมื่อโครงสร้างขยับตัว

4. การยึดเกาะและความสามารถในการรับแรงดันน้ำ (Adhesion & Water Pressure)
สำหรับถังเก็บน้ำ บ่อเลี้ยงปลา หรือสระว่ายน้ำ ต้องเลือกซีเมนต์ทากันซึมที่ทนแรงดันน้ำได้อย่างน้อย 1.5 bar และผ่านการรับรองมาตรฐาน Non-toxic ปลอดภัยต่อการอุปโภคบริโภค

5. ปริมาณการใช้งานต่อตารางเมตรและงบประมาณรวม
คำนวณปริมาณเนื้อสารที่ต้องใช้จริง โดยทั่วไปอะคริลิกและ PU จะใช้ประมาณ 1.0-1.2 กก./ตร.ม. (รวมทา 2 เที่ยว) เพื่อคำนวณจำนวนถังและควบคุมงบประมาณได้อย่างแม่นยำ

เปรียบเทียบน้ำยากันซึมยี่ห้อดัง TOA, จระเข้, SIKA และ ช่างใหญ่ ยี่ห้อไหนดี?

ในท้องตลาดมีเคมีภัณฑ์กันซึมแบรนด์ชั้นนำมากมาย การเปรียบเทียบคุณสมบัติ ความยืดหยุ่น และจุดเด่นของแต่ละยี่ห้อ จะช่วยให้เลือกซื้อได้อย่างมั่นใจและเหมาะสมกับงบประมาณ

ยี่ห้อ / รุ่นสินค้า ประเภทเคมีภัณฑ์ ความยืดหยุ่น คุณสมบัติเด่น พื้นที่ที่เหมาะสม ราคาโดยประมาณ (HomePro)
TOA 201 Roofseal อะคริลิกกันซึม 300% ทนแสง UV สะท้อนความร้อน ยืดหยุ่นสูง หลังคา, ดาดฟ้าสโลปดี, ผนังภายนอก 820 - 2,790 บาท / ถัง
Crocodile Flex Shield ซีเมนต์ทากันซึมชนิดยืดหยุ่น อ่อนตัวสูง ทนแรงดันน้ำ >1.5 bar ปูกระเบื้องทับได้ ไร้สารพิษ ห้องน้ำ, สระว่ายน้ำ, ถังเก็บน้ำ, ระเบียง 275 - 699 บาท / ชุด
SIKA Plastocrete น้ำยาผสมกันรั่วซึม ไม่มี (เพิ่มความแน่น) ลดรูพรุน เพิ่มกำลังอัดคอนกรีต กันซึมในเนื้อปูน เทฐานราก, พื้นห้องน้ำ, งานคอนกรีตโครงสร้าง 215 - 1,155 บาท / แกลลอน
ช่างใหญ่ SILASEC น้ำยาผสมและทากันซึม ตกผลึกอุดรูพรุน สูตรตกผลึกแทรกซึมลึก กันซึมถาวรตลอดอายุปูน กำแพงกันดิน, ห้องใต้ดิน, บ่อปลา, เทคอนกรีต 200 - 569 บาท / แกลลอน

5 ขั้นตอนการทาน้ำยากันซึมด้วยตัวเองให้ฟิล์มแน่น ติดทนนาน ไม่ร่อนหลุด

ขั้นตอนการทาเคมีภัณฑ์กันซึมประเภททาเคลือบผิว (อะคริลิก, PU และซีเมนต์กันซึม) เพื่อให้ได้ชั้นฟิล์มกันน้ำที่สมบูรณ์และได้มาตรฐานช่างอาชีพ มีดังนี้

  1. เตรียมและทำความสะอาดพื้นผิว: ขัดล้างคราบตะไคร่น้ำ ฝุ่น ผงปูน และคราบไขมันออกให้หมด จากนั้นปล่อยให้พื้นผิวแห้งสนิท (หากใช้ซีเมนต์กันซึมให้พรมน้ำให้พื้นผิวหมาดก่อน) หากมีรอยแตกร้าวขนาดกว้างเกิน 1 มม. ให้โป๊วอุดด้วยโพลียูรีเทนซีลแลนท์ให้เรียบร้อย
  2. ทาน้ำยากันซึมชั้นรองพื้น (Primer): ผสมน้ำยากันซึมกับน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1:1 หรือใช้น้ำยารองพื้นเฉพาะส่วน ทาลงบนพื้นผิว 1 เที่ยว อัตราประมาณ 0.5 กก./ตร.ม. เพื่อบล็อกฝุ่นและเพิ่มแรงยึดเกาะ แล้วทิ้งให้แห้ง 1-2 ชั่วโมง
  3. ทาน้ำยากันซึมเที่ยวที่ 1 พร้อมติดตั้งผ้าตาข่ายไฟเบอร์: ทาน้ำยากันซึมแบบไม่ผสมน้ำลงบนพื้นผิวชั้นแรก บริเวณมุมขอบ รอยต่อพื้นผนัง หรือรอยแตกร้าว ให้ปูวางผ้าตาข่ายไฟเบอร์ (Fiber Mesh) ลงไปขณะเนื้อฟิล์มยังเปียก แล้วรีดให้เรียบสนิทเพื่อเพิ่มแรงดึง ทิ้งให้แห้ง 3-4 ชั่วโมง
  4. ทาน้ำยากันซึมเที่ยวที่ 2 (แบบตั้งฉาก): ทาน้ำยากันซึมเที่ยวที่สองทับลงไปในทิศทางตัดตั้งฉากกับเที่ยวแรก (เช่น เที่ยวแรกทาแนวตั้ง เที่ยวสองทาแนวนอน) เพื่อให้เนื้อฟิล์มหนาแน่นทั่วถึง ป้องกันการเกิดรอยมดลูกหรือช่องว่างที่น้ำอาจซึมผ่านได้
  5. ปล่อยให้แห้งสนิทและทดสอบการขังน้ำ: ปล่อยให้เคมีภัณฑ์เซ็ตตัวอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง ก่อนทำการขังน้ำทดสอบการรั่วซึม หรือเริ่มขั้นตอนปูกระเบื้องในงานห้องน้ำและระเบียงต่อไป

สำหรับผู้ที่ต้องการเลือกซื้อเคมีภัณฑ์ก่อสร้างคุณภาพ สามารถเลือกดูสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์รวมน้ำยากันซึมและเคมีภัณฑ์ HomePro หรือหากต้องการความมั่นใจในงานซ่อมแซมดาดฟ้าและห้องน้ำ สามารถเรียกใช้ บริการแก้ไขปัญหาร้าว รั่ว ซึม โดยทีมช่าง Home Service ที่พร้อมเข้าตรวจเช็กและซ่อมแซมอย่างครบวงจร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับน้ำยากันซึม (FAQ)

Q1: ทำไมต้องใช้น้ำยากันซึม ทั้งที่คอนกรีตดูหนาแน่นแข็งแรงอยู่แล้ว?
A: คอนกรีตและปูนฉาบมีรูพรุนเล็กๆ ขนาดไมโครจำนวนมากจากการระเหยของน้ำขณะผสม ทำให้น้ำและความชื้นซึมผ่านได้ง่าย การใช้น้ำยากันซึมจะช่วยปิดรูพรุนในเนื้อปูน หรือสร้างชั้นฟิล์มปกป้องผิว ป้องกันไม่ให้น้ำซึมไปทำลายโครงสร้างเหล็กด้านใน

Q2: น้ำยากันซึมประเภทไหนที่สามารถปูกระเบื้องทับได้?
A: ซีเมนต์ทากันซึมชนิดยืดหยุ่น (Flexible Cement Membrane) เป็นประเภทเดียวที่สามารถปูกระเบื้องทับได้ทันที เนื่องจากมีส่วนผสมของซีเมนต์ที่สร้างแรงยึดเกาะกับกาวซีเมนต์ได้อย่างดีเยี่ยม ต่างจากอะคริลิกหรือ PU ที่มีความมันวาวทำให้ปูนกาวหลุดร่อนได้

Q3: น้ำยากันซึม 1 ถัง หรือ 1 แกลลอน ใช้ทาได้กี่ตารางเมตร?
A: เคมีภัณฑ์กันซึมประเภททาขนาด 4 กิโลกรัม จะทาได้ประมาณ 3-4 ตารางเมตร (เมื่อทาตามมาตรฐาน 2 เที่ยว ซึ่งใช้อัตราส่วนประมาณ 1.0-1.2 กก./ตร.ม.) หากเป็นขนาดถังใหญ่ 20 กิโลกรัม จะทาได้ประมาณ 16-20 ตารางเมตร

Q4: หากทาน้ำยากันซึมแล้วไม่ได้ปูผ้าตาข่ายไฟเบอร์ จะมีผลอย่างไร?
A: ผ้าตาข่ายไฟเบอร์ (Fiber Mesh) ช่วยรับแรงดึงและป้องกันการฉีกขาดของชั้นฟิล์มบริเวณจุดเสี่ยง เช่น รอยต่อพื้นผนัง หรือรอยแตกร้าว หากไม่ใส่ผ้าไฟเบอร์ ฟิล์มกันซึมอาจฉีกขาดได้ง่ายเมื่ออาคารเกิดการทรุดตัวหรือยืดขดตัวตามอุณหภูมิ

Q5: น้ำยากันซึมมีอายุการใช้งานกี่ปี ต้องทาซ้ำเมื่อไร?
A: น้ำยาผสมกันซึมในเนื้อปูนจะมีอายุยาวนานตลอดอายุโครงสร้างคอนกรีต ส่วนประเภททาเคลือบผิว อะคริลิกมีอายุประมาณ 3-5 ปี, โพลียูรีเทน (PU) มีอายุประมาณ 5-10 ปี และซีเมนต์กันซึมที่ปูกระเบื้องทับจะมีอายุยาวนานกว่า 10 ปีขึ้นไป

ซีเมนต์กันซึม จระเข้ FLEX 2K (A+B)

ซีเมนต์กันซึม TOA FLOOR SEAL

ซีเมนต์กันซึม 2 ส่วนผสม LANKO 226



น้ำยากันซึม Homepro Online

หากคุณกำลังมองหาน้ำยากันซึมคุณภาพสูงเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำรั่วซึมภายในบ้าน สามารถเลือกซื้อ น้ำยากันซึม Homepro Online ได้อย่างสะดวกสบายตลอด 24 ชั่วโมง โดยโฮมโปรออนไลน์ได้รวบรวมเคมีภัณฑ์กันซึมครบทุกประเภท ตอบโจทย์ทุกการใช้งานไม่ว่าจะเป็น อะคริลิกกันซึมสำหรับหลังคาและดาดฟ้า โพลียูรีเทนกันซึมชนิดทนน้ำขัง ซีเมนต์ทากันซึมก่อนปูกระเบื้องห้องน้ำ ตลอดจนน้ำยาผสมกันรั่วซึมสำหรับงานคอนกรีต จากแบรนด์ชั้นนำระดับประเทศ อาทิ TOA, จระเข้ (Crocodile), SIKA, LANKO, BESBOND, BOSNY และช่างใหญ่ (SILASEC)

สินค้าทุกชิ้นบน Homepro Online เป็นสินค้าแท้ 100% คุณภาพมาตรฐานโรงงาน พร้อมบริการจัดส่งที่รวดเร็วถึงหน้าบ้าน ทั้งยังมีบริการส่งด่วนภายในวัน (Same Day Delivery) สำหรับพื้นที่ที่กำหนด พร้อมโปรโมชั่นส่วนลด สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก HomeCard และบริการผ่อนชำระ 0% นอกจากนี้ โฮมโปรยังมีสินค้าใกล้เคียงในหมวดเคมีภัณฑ์ก่อสร้างและอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านครบวงจรที่แนะนำให้ซื้อคู่กันเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด เช่น ตาข่ายไฟเบอร์เสริมแรง (Fiber Mesh) สำหรับปูตามรอยต่อ, โพลียูรีเทนซีลแลนท์ (PU Sealant) สำหรับอุดรอยแตกร้าวขนาดใหญ่, ปูนกาวซีเมนต์ยึดเกาะสูง, น้ำยายึดเกาะเกร้าท์, แปรงและลูกกลิ้งทาสีคุณภาพสูง เพื่อให้คุณจบทุกปัญหางานรั่วซึมได้ในที่เดียวอย่างมืออาชีพ


ปัญหาเรื่องบ้านที่น่าสนใจ

เพิ่มสินค้าจำนวน 
{product_name}
จำนวน 1
สินค้าแนะนำ
knowva ต้องการสินค้า
Knowva ช่วยหาได้นะ
knowva

ได้ของที่ถูกใจ...หาให้จนเจอ

Knowva ผู้ช่วยแนะนำสินค้า เพียงแค่บอกว่าคุณกำลังมองหาอะไร
Beta Version หากผลลัพธ์ยังไม่ตรงใจ กรุณาลองเพิ่มรายละเอียด เพื่อช่วยให้ระบบเข้าใจความต้องการของคุณได้แม่นยำยิ่งขึ้น
knowva
ดูทั้งหมด