เช็คลิสก่อนตัดสินใจ เครื่องลดความชื้น ให้คุ้มค่า
เช็กลิสต์วิธีเลือกเครื่องลดความชื้นให้เหมาะกับขนาดห้อง
เครื่องลดความชื้น (Dehumidifier) ที่ดีที่สุดต้องเลือกรองรับขนาดพื้นที่ห้องอย่างแม่นยำ พร้อมอัตราการดึงน้ำ 10–53 ลิตร/วัน และรักษาระดับความชื้นสัมพัทธ์ในบ้านให้อยู่ในช่วงมาตรฐาน 40%–60% RH ซึ่งช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของสปอร์เชื้อรา ลดไรฝุ่น และขจัดกลิ่นอับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เครื่องลดความชื้นทำงานโดยการดูดอากาศชื้นภายในห้องผ่านแผงคอยล์เย็นเพื่อควบแน่นไอน้ำให้กลายเป็นหยดน้ำลงถังเก็บ แล้วปล่อยอากาศแห้งสบายกลับคืนสู่ห้อง หากเลือกขนาดไม่สัมพันธ์กับพื้นที่ เช่น ใช้เครื่องขนาดเล็ก 20 ตร.ม. ในห้องขนาด 50 ตร.ม. คอมเพรสเซอร์จะต้องทำงานหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้กินไฟเพิ่มขึ้น 30%–50% และระดับความชื้นไม่ลดลงตามเป้าหมาย

ตารางเปรียบเทียบสเปกเครื่องลดความชื้นตามขนาดพื้นที่ห้อง
| ขนาดห้อง (ตร.ม.) | ปริมาณดูดความชื้น | ความจุถังน้ำ | ฟังก์ชันที่แนะนำ | รุ่นแนะนำที่ HomePro |
|---|---|---|---|---|
| 15 – 30 ตร.ม. (ห้องนอนเล็ก/ทำงาน) |
10 – 12 ลิตร/วัน | 1.2 – 2.5 ลิตร | เสียงเงียบ <38dB, น้ำหนักเบา | KASHIWA HC-101 / NIKITO YL-2C12 |
| 31 – 50 ตร.ม. (ห้องนอนใหญ่/คอนโด) |
16 – 20 ลิตร/วัน | 3.0 – 4.0 ลิตร | ระบบกรอง HEPA / Ionizer | SHARP DW-D20A-W / ELECTROLUX EDH10TRBW1 |
| 51 – 80 ตร.ม. (ห้องนั่งเล่น/โถงกว้าง) |
30 – 53 ลิตร/วัน | 5.0 – 7.1 ลิตร | คอมเพรสเซอร์ Inverter, ท่อน้ำทิ้งต่อเนื่อง | LG MD19GQGA1 / BWELL BDH-53A |
4 เช็กลิสต์สำคัญในการเลือกซื้อเครื่องลดความชื้นให้คุ้มค่า
- ตรวจสอบขนาดพื้นที่ห้อง (Coverage Area): วัดความกว้าง x ยาวของห้องเป็นตารางเมตร เพื่อเลือกเครื่องที่มีกำลังดูดความชื้นครอบคลุม โดยตารางสเปกของ เครื่องลดความชื้น HomePro จะระบุพื้นที่การใช้งานอย่างชัดเจน
- พิจารณาความจุถังน้ำและสายระบายน้ำต่อเนื่อง: ห้องที่มีความชื้นสูงมากหรือต้องการเปิดตลอดคืน ควรเลือกรุ่นที่มีถังน้ำขนาด 4 ลิตรขึ้นไป หรือรองรับการต่อสายยางระบายน้ำทิ้งลงท่อโดยตรง เพื่อไม่ต้องคอยยกเทน้ำทิ้ง
- เช็กระดับเสียงขณะทำงาน (Noise Level): สำหรับการใช้งานในห้องนอน ควรเลือกเครื่องที่มีระดับเสียงทำงานต่ำกว่า 40 เดซิเบล หรือมี Night Mode เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับ
- ฟังก์ชันเสริมเสริมสุขอนามัย: เลือกรุ่นที่มีระบบฟอกอากาศ Ionizer หรือแผ่นกรอง HEPA ช่วยกรองฝุ่น PM2.5 และโหมด Dry สำหรับเป่าตากผ้าแห้งไวในร่มช่วงหน้าฝน

สรุปงบประมาณและฟังก์ชันเครื่องลดความชื้นยี่ห้อไหนดี
การเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับงบประมาณจะช่วยให้ได้สินค้าที่คุ้มค่าที่สุด โดยแบ่งกลุ่มราคายอดนิยมออกเป็น 3 ระดับ:
- งบประหยัด (1,000 – 3,500 บาท): เหมาะกับห้องขนาดเล็กไม่เกิน 30 ตร.ม. เน้นขจัดความชื้นพื้นฐาน ลดกลิ่นอับในตู้เสื้อผ้าหรือห้องนอนเล็ก เช่น KASHIWA หรือ NIKITO
- งบปานกลาง (7,000 – 12,000 บาท): เหมาะกับห้องขนาด 35–50 ตร.ม. มาพร้อมเซ็นเซอร์วัดความชื้นอัตโนมัติ โหมดตากผ้า และการทำงานที่เงียบ เช่น ELECTROLUX และ SHARP
- งบพรีเมียม (12,000 บาทขึ้นไป): เหมาะกับห้องขนาดใหญ่ 50–80 ตร.ม. รองรับเทคโนโลยี Inverter ประหยัดไฟ สั่งงานผ่านสมาร์ตโฟน และระบบฟอกอากาศ Nano Ion ในตัว เช่น LG และ BWELL
พร้อมรับคำแนะนำการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าดูแลบ้านเพิ่มเติมได้ที่บทความสุขภาพบ้านใน HomeGuru by HomePro
Q&A คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
❓ Q: เครื่องลดความชื้นเปิดทิ้งไว้ทั้งคืนได้ไหม กินไฟมากหรือเปล่า?
A: สามารถเปิดทิ้งไว้ทั้งคืนได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะรุ่นที่มีระบบตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อความชื้นได้ระดับ หรือรุ่นระบบ Inverter อัตราการกินไฟเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 150–400 วัตต์ต่อชั่วโมง คิดเป็นค่าไฟประมาณ 1–3 บาทต่อชั่วโมง ซึ่งใกล้เคียงกับพัดลมหรือตู้เย็นขนาดเล็กเท่านั้น
❓ Q: เครื่องลดความชื้น กับ เครื่องฟอกอากาศ ต่างกันอย่างไร?
A: เครื่องฟอกอากาศเน้นการกรองฝุ่น PM2.5 ละอองเกสร และเชื้อโรคผ่านแผ่นกรอง HEPA ส่วนเครื่องลดความชื้นทำหน้าที่ดึงหยดน้ำออกจากอากาศเพื่อลดความชื้นสัมพัทธ์ ป้องกันเชื้อราและกลิ่นอับ หากต้องการทั้งสองฟังก์ชัน สามารถเลือกรุ่นไฮบริดที่มีทั้งระบบดูดความชื้นและแผ่นกรอง HEPA ในตัวได้
❓ Q: ถ้าไม่มีเครื่องมือช่าง สามารถซื้อบานสวิงมาติดเองได้ไหม?
A: หากหน้าบานประตูเป็นไม้จริงหรืออะลูมิเนียม ไม่แนะนำให้ทำเองหากขาดเครื่องมือและความชำนาญ เพราะเสี่ยงประตูแตกหรือเบี้ยวสูงมาก แนะนำให้เรียกใช้บริการช่างติดตั้งประตูแมว-หมาดีกว่า ได้งานเนี้ยบและซีลขอบกันแอร์รั่วให้เรียบร้อยด้วย
❓ Q: ควรตั้งค่าระดับความชื้นกี่เปอร์เซ็นต์ (% RH) ถึงจะดีต่อสุขภาพ?
A: ระดับความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับที่พักอาศัยคือ 40% – 60% RH หากความชื้นสูงเกิน 60% RH จะทำให้เชื้อราและไรฝุ่นเจริญเติบโตได้ดี แต่หากต่ำกว่า 40% RH จะทำให้ผิวแห้ง คันตา และระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ
❓ Q: ซักผ้าช่วงหน้าฝน ผ้าไม่แห้ง มีกลิ่นอับ เครื่องลดความชื้นช่วยได้ไหม?
A: ช่วยได้เป็นอย่างดี โดยเลือกรุ่นที่มี Dry Mode / Laundry Mode เครื่องจะปล่อยกระแสลมแห้งพัดผ่านผ้าพร้อมดูดความชื้นจากผ้าที่ตากไว้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผ้าแห้งไวภายใน 2–4 ชั่วโมง โดยไม่เกิดกลิ่นอับชื้นสะสม
![]() |
![]() |
![]() |
เครื่องลดความชื้น 137 ตร.ม. PHILIPS DE5305/11 สีขาว |
เครื่องลดความชื้น 50 ตร.ม. SHARP DW-D20A-W |
เครื่องลดความชื้น Electrolux EDH10TRBW1 |
![]() |
![]() |
![]() |
เครื่องลดความชื้น Homepro Online
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องลดความชื้นประสิทธิภาพสูง คุณสามารถหาซื้อ เครื่องลดความชื้น ได้อย่างสะดวกสบายที่ Homepro Online แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าครบวงจรที่มั่นใจได้ในเรื่องสินค้าคุณภาพแท้ 100% จากแบรนด์ชั้นนำ พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีบริการหลังการขายที่ได้รับมาตรฐาน นอกจากรุ่นนี้แล้ว Homepro Online ยังมีสินค้าใกล้เคียงที่ตอบโจทย์ทุกขนาดพื้นที่และการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น เครื่องลดความชื้น LG PuriCare Dual Inverter ขนาดใหญ่สำหรับห้องกว้าง เครื่องลดความชื้น ELECTROLUX พร้อมระบบหมุนเวียนอากาศอัจฉริยะ เครื่องลดความชื้น BWELL ที่เน้นความเงียบและประหยัดไฟ หรือ เครื่องขจัดความชื้น KASHIWA ขนาดกะทัดรัดสำหรับห้องนอนเล็กและตู้เสื้อผ้า สามารถเข้าไปเลือกชมสเปก เปรียบเทียบราคา พร้อมรับโปรโมชันส่วนลดพิเศษเฉพาะการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง





